LATEST ARTICLES

#ปัจจัยในการรอการลงโทษหรือจำคุกของจำเลยในคดีประมาท

#ปัจจัยในการรอการลงโทษหรือจำคุกของจำเลยในคดีประมาท กรณีที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต โดยเฉพาะคดีขับรถประมาทนั้น มีหลายคนยังเข้าใจผิดว่ามีประกันแล้ว ไม่ติดคุกแน่ หรือประกันวางเงินให้กับผู้เสียหายหรือทายาทผู้ตายแล้วตนเองไม่ต้องวางเพิ่มนั้น ยังเป็นแนวความคิดที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด จากที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมรับผิดชอบในคดีประมาทหลายคดีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย) หรือฝ่ายจำเลย หลักที่ศาลจะพิจารณาพิพากษารอการลงโทษจำเลยนั้น มีองค์ประกอบหลักๆในทางปฎิบัติดังนี้ 1. อย่ารอแต่ประกันอย่างเดียว หมายความว่า อย่ารอแต่ให้ประกันวางเงินค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายหรือผู้ตาย อย่างเดียว ตัวจำเลยนั้นจำเป็นต้องร่วมวางเงินชดใช้ค่าเสียหายใกห้แก่ผู้เสียหายตามสมควรด้วย เพราะศาลจะพิจารณาส่วนนี้ว่าจำเลยได้เยียวยาความเสียหายหรือไม่ ลำพังแต่บริษัทประกันวางเงินนั้นยังไม่แสดงถึงพฤติการณ์การเยียวยาความเสียหายของจำเลย คำต่อมาคือ ชดใช้ค่าเสียหายตามสมควร คำว่าตามสมควรหมายถึง สมควรแก่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ประกอบกับฐานะของจำเลยเป็นรอง ต้องสอดคล้องบัลลานกัน จำเลยหลายคนยังเข้าใจผิดว่าตนเองฐานนะยากจนวางแค่นี้พอ...

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พ.ร.บ.ปราบปรามยาเสพติดฯ

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับคดียาเสพติดดังอยากจะเขียนบทความแนวทางคดี แต่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด หรือข้อกฎหมายที่ชี้ช่องให้คนกระทำความผิด ดังนั้นจึงขอมาอธิบายความหมายและแนวทางพิสูจน์แล้วกัน ซึ่งภาพรวมจะทำให้เห็นว่าหากจำเลยมีพฤติการสมคบกับขบวนการค้ายาเสพติดแล้ว การพิสูจน์ของจำเลยนั้นเหนื่อยและลุ้นพอสมควร ในแนวทางการทำคดีกับพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติดนั้น ผู้เขียนจะรวบรวมแนวทางไว้หลายตำรา แต่จะยึดหลักข้อมูลทางวิชาการของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหลัก อย่างในเรื่องที่กำลังเขียนนี้ ผู้เขียนได้สกัดมาจาก เอกสาร "ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐานในความผิดฐานสมคบ และสนับสนุนหรือช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534" ของ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สํานักงานศาลยุติธรรม เลยขอให้เครดิตไว้ตอนต้นบทความเลย ประเด็นแรก สมคบ...

#การต่อจิ๊กซอว์ในคดีหมิ่นประมาท

#การต่อจิ๊กซอว์ในคดีหมิ่นประมาท ในการฟ้องและนำสืบพยานในคดีหมิ่นประมาท ในบางครั้งผู้กระทำความผิดศึกษาข้อกฎหมายมาพอสมควรและพยายามเลี่ยงการโพสต์ที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทโดยโฆษณาอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น การโพสข้อความท่อน หรือ ตอนหนึ่ง โดยลงรูปภาพ ระบุชื่อ หรือแท็กชื่อ ของผู้เสียหาย แต่มีถ้อยคำในลักษณะที่ Soft หรือถ้อยคำลักษณะเพียงตัดพ้อ แต่ต่อมา ได้โพสถ้อยคำ ลักษณะที่รุนแรงขึ้นหรือมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท แต่ไม่ได้ ลงรูป ไม่ได้ระบุชื่อ รวมถึงไม่ได้แท็กผู้เสียหาย หากมองอย่างผิวเผินอาจจะเป็นการยากในการฟ้องคดี แต่ในข้อเท็จจริงบุคคลโดยทั่วไปที่อ่านสื่อโซเชียล นั่นย่อมที่จะพอเข้าใจได้ว่า ผู้กระทำความผิดนั้นโพสต์ถึงบุคคลใด เป็นเหตุให้ทนายความผู้ฟ้องคดีจำเพื่อต้องพัฒนาวิธีการนำเสนอในชั้นศาล ให้เห็นว่าเรื่องราวหรือ...

#คดีเมาแล้วขับ

#คดีเมาแล้วขับ เมื่อสัปดาห์ก่อนผู้เขียนได้มีโอกาสเป็นทีปรึกษากรณีเมาแล้วขับคดีสำคัญเรื่องหนึ่ง เลยขอนำข้อสังเกตและคำแนะนำมาเรียบเรียงไว้ ในคดีเมาแล้วขับนั้น ข้อสังเกตประการแรกก็คือประเภทของใบขับขี่ รวมถึงรถยนต์ที่ขับขี่ หากเป็นรถยนต์สาธารณะหรือรถขนส่งแล้ว ศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและยึดใบขับขี่เสมอ เนื่องจากผู้ที่ขับขี่รถสาธารณะหรือรถขนส่งนั้นมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบผู้โดยสารจึงจะต้องระมัดระวังมากกว่าบุคคลโดยทั่วไป ส่วนจะลงโทษจำคุกเป็นระยะเวลาเท่าไรขึ้นอยู่กับปริมาณของแอลกอฮอล์ที่เป่าได้ในขณะนั้น ส่วนกรณีที่ไม่ใช่ผู้ขับขี่รถขนส่งสาธารณะ ก็จะมีแบ่งแยกเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งในส่วนของอัตราค่าปรับ ของ รถยนต์จะมีราคาสูงกว่ารถจักรยานยนต์เล็กน้อย โดยในส่วนของค่าปรับของผู้ขับขี่รถยนต์นั้น จะขึ้นอยู่กับปริมาณของแอลกอฮอล์ที่เป่าได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้หากผู้ขับขี่ มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้ว ศาลมักจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถสาธารณะเนื่องจากเป็นกรณีที่มีปริมาณแอลกอฮอล์มากในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายแก่การขับขี่ ในส่วนของวงเงินประกันตัวนั้น หากพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำการฟ้องในเช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ขับขี่จะต้องเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัว 20,000 บาทโดยประมาณ (ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับ ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบและเงื่อนไขอื่นๆประกอบด้วย) ค่าปรับในชั้นศาล...

ผอ. ไม่มีความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์

#ผอ.ไม่มีความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์ ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มีข้อสังเกตุในการเรียกชื่อข้อหาดังนี้ #ข้อหาชิงทรัพย์ มาตรา ๓๓๙ ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะ ใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๑) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป (๒) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น (๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ (๔) ปกปิดการกระทําความผิดนั้น หรือ (๕) ให้พ้นจากการจับกุม จะสังเกตุได้ว่าข้อหาชิงทรัพย์นอกจากมีองค์ประกอบเรื่องเจตนา และองค์ประกอบเรื่องลักทรัพย์แล้ว ยังต้องมีองค์ประกอบเกี่ยวกับการกระทำตาม (๑)-(๕) ด้วย จึงจะเป็นความผิดในข้อหาชิงทรัพย์ และข้อสังเกตอีกประการ คือไม่ได้ระบุจำนวนของผู้กระทำความผิดไว้ ซึ่งจะสอดคล้องเชื่อมโยงกับใน มาตรา ๓๔๐ ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทําความผิดฐานปล้นทรัพย์ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท ซึ่งเป็นความผิดในข้อหา...