LATEST ARTICLES

สรุปหลักการ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ (ตอนที่ 1)

สรุปหลักการพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ตอนที่ 1) https://www.youtube.com/watch?v=88GotUNG894 ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร นิยามของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ตามนิยามของพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 นั้นได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 6 ว่าหมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่รวมคนตาย เช่น ภาพถ่าย เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ลายนิ้มมือ ม่านตา ฯลฯ โดยข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ทางตรง คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้ทันที เช่น ชื่อ สกุล อายุ เลขบัตรประชาชนสิบสามหลัก...

ปัจจัยและเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้เฟสบุครวมถึงสื่อโซเชียลมีเดียอื่นตกเป็นจำเลยในคดีอาญา

ปัจจัยและเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้เฟสบุครวมถึงสื่อโซเชียลมีเดียอื่นตกเป็นจำเลยในคดีอาญา ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารนั้นสะดวกรวดเร็วกว่าเดิมมาก การใช้มือถือ Smartphone Tablet รวมถึงอุปกรณ์อื่นทำให้การติดต่อสื่อสารมีค่าใช้จ่ายน้อยลง สามารถส่งหรือพิมพ์ข้อความได้เป็นจำนวนมากและสะดวกรวดเร็วมากขึ้นแค่ไม่กี่อึดใจ แตกต่างกับสมัยก่อนซึ่งการส่งข้อความ อาทิ sms จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและจำกัดจำนวนของข้อความ ทำให้ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางข้อความรวมถึง ใน platform รูปแบบอื่นเช่น วีดีโอ หรือ ไลฟ์สด ได้รับความนิยมมากขึ้นและจากความเคยชินดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียจำนวน มีความพลั้งเผลอหรือมีอารมณ์ชั่ววูบ ทำให้ต้อง ถูกฟ้องและตกอยู่ในสถานะจำเลยในคดีอาญาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้เขียนจึงรวบรวม สาเหตุ...

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 : ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!) การถามค้านพยานไม่ว่าจะเป็นในคดีแพ่งหรือในคดีอาญา วัตถุประสงค์หลักคือต้องการถามเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวอ้างที่พยานฝ่ายตรงข้ามเบิกความต่อศาลนั้น ลดทอนความน่าเชื่อถือลง หรือทำให้ข้อเท็จจริงนั้นมีพิรุธ อาทิเช่น ขัดกับความเป็นจริง ขัดกับเหตุผลสากล ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ ขัดกับพยานเอกสาร ขัดกับที่พยานปากอื่นได้เบิกความเอาไว้ รวมถึงขัดกับที่ตนเคยเบิกความไว้ที่ศาลอื่นเป็นต้น แต่บางครั้งพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความไปตามที่รู้เห็นจริง ไม่ได้เป็นพยานเท็จ ดังนั้นการซักค้านเพื่อให้ลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานปากนั้นจะเป็นไปได้โดยยาก แต่ผู้ซักค้านก็สามารถแสวงหาประโยชน์อันเกิดจากการซักค้านพยานปากดังกล่าวได้โดยใช้หลักการ ถามค้านเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อเท็จจริงของฝ่ายตน ยกตัวอย่างเช่น การถามให้พยานปากดังกล่าวรับในข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของผู้ถามค้านกำลังจะนำสืบ ผลจะทำให้ข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของต้นกำลังจะนำสืบนั้นรับฟังเป็นยุติหรือเจือสมกับข้อเท็จจริงของตน เนื่องจากการรับฟังพยานหลักฐานศาลจะต้องพิจารณาในส่วนของข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ลำพังการนำพยานไปเบิกความเล่าข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวนั้น...

การถามค้าน cross-examination (ไปต่อหรือพอแค่นี้)

การถามค้าน cross-examination (ไปต่อหรือพอแค่นี้) ขอนำบางช่วงบางตอนที่เกิดจากการทำงานเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ที่ไม่หนักสมองมาแบ่งเอาไปตอนเท่าที่จะนึกได้และมีเวลาเล่าครับ เริ่มแรกนี้นึกถึงเวลาการถามค้านพยานไม่ว่าคดีแพ่งหรือคดีอาญา ผู้ถามจะยังคงความตื่นเต้นเช่นเดิมเนื่องจาก ในคำตอบที่เราจะได้รับนั้นต้องลุ้นตลอดว่าพยานจะตอบไปด้านซ้าย หรือพยายามจะตอบไปด้านขวา กล่าวคือตอบได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์นั่นเอง ซึ่งคำตอบดังกล่าวอาจหมายถึงผลแห่งคดีเลยก็เป็นได้ ถ้าเป็นประเด็นคำถามสำคัญ และในบางครั้งผู้ถามเองก็มักจะติดลมในลักษณะเข้าทำนองที่ว่าได้คืบจะเอาศอกได้ศอกจะเอาวา หมายถึงคำตอบที่ได้นั้นควรจะเพียงพอแล้ว แต่กลับชะล่าใจถามในคำถามต่อไปที่ลึกขึ้น ซึ่งคำตอบดังกล่าวอาจเป็นลักษณะการตอกปิดฝาโลงให้ฝ่ายที่ถามค้านชนะคดีไปเลยก็ได้ หรืออาจจะเป็นคำถามที่ได้คำตอบลักษณะที่ทำให้รูปคดีพลิกไป ทำให้สิ่งที่เหนื่อยมาทั้งคดีหรือกำลังไปได้ดีนั้นสูญเปล่าไปเลย จึงต้องตั้งชื่อใน Concept ทุกครั้งเพื่อเตือนสติตัวเองในการถามค้านว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ขอยกตัวอย่างปัญหาข้อเท็จจริงในคดีหนึ่ง เป็นคดีทำร้ายร่างกาย บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแต่กลับมีเหตุทำให้ไม่มีภาพวงจรปิดมาเป็นพยานหลักฐานในคดี และคดีนั้นจะต้องรับฟังประจักษ์พยานที่เป็นกลางคนเดียวคือพนักงานของร้านสะดวกซื้อ ดังนั้นพยานคนนี้จึงถือเป็นพยานสำคัญในคดี โดยมีปัญหาข้อเท็จจริงที่จะต้องวินิจฉัยว่า 1.ใครทำร้ายใครก่อน 2. พนักงานร้านสะดวกซื้อเห็นผู้เสียหายถูกทำร้ายจนเงินตกกระจายเต็มพื้นหรือไม่ 3.พนักงานร้านสะดวกซื้อได้ช่วยลงก้มเก็บเงินที่ตกกระจายนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ผูกมัดผู้เสียหายไว้เนื่องจากผู้เสียหายได้ให้การใน...

บทความเก่าเล่าใหม่ : ฎ.1825/2522

บทความเก่าเล่าใหม่ พลิกตำราสู้คดีกับกรมการขนส่งฯสักเคสก่อนไปภารกิจยาว กรณีส่วนต่างในการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ค้นคว้าพบทั้งแนวทางที่ผู้ประมูลฟ้องรัฐ และทั้งที่รัฐฟ้องผู้ประมูล กรณีนี้ต่อสู้กันในหลักวิชาการล้วนๆ เพราะข้อเท็จจริงนิ่งเป็นยุติแล้ว (หมายเหตุ การศึกษาแนวทางจากคำพิพากษาศาลฎีกาต้องระวังเรื่องข้อเท็จจริงโดยละเอียดเพราะหากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปข้อกฎหมายก็อาจเปลี่ยนตาม) ผลจะเป็นอย่างไรจะมาแจ้งเพื่อเป็นกรณีศึกษาทางวิชาการกันครับ #ฎ1825/2522 โจทก์ประกาศประกวดราคาจัดซื้อของ เป็นคำเชิญชวนให้ผู้ที่ประสงค์จะเข้าประกวดราคายื่นซองเสนอหนังสือเสนอราคาที่จำเลยยื่นเป็นคำเสนอ โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบว่าตกลงรับราคาที่จำเลยเสนอและให้ไปทำสัญญาเป็นคำสนอง แต่สัญญาซื้อขายยังไม่เกิดขึ้นเมื่อคำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ สัญญาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญากันเป็นหนังสือตามข้อผูกพันที่ระบุไว้ในประกาศประกวดราคา จำเลยไม่ไปทำสัญญากับโจทก์ตามกำหนดเวลา โจทก์ย่อมมีสิทธิริบเงินมัดจำซองประกวดราคาได้ตามข้อตกลงในประกาศประกวดราคา แต่เมื่อยังไม่มีสัญญาซื้อขายต่อกันจำเลยยังไม่มีความผูกพันตามสัญญาซื้อขายที่จะต้องมอบของให้โจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซื้อของจากผู้อื่นแพงกว่าราคาที่จำเลยเสนอเป็นค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดจากข้อตกลงในการประกวดราคา โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชดใช้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ประกาศประกวดราคาซื้อพัสดุ (ลวดเกลียว)ผู้ใดมีความประสงค์จะเข้าประกวดราคา ต้องยื่นซองเสนอราคาต่อคณะกรรมการประกวดราคา เมื่อยื่นซองประกวดราคาแล้วจะถอนไม่ได้ โจทก์ตกลงเป็นคู่สัญญากับผู้ใด ผู้นั้นจะต้องมาทำสัญญาให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ประกาศผลการประกวดราคา...