ช่วงนี้ได้มีโอกาศร่วมทำหน้าที่ทนายความในคดีวิสามัญ มีเกร็ดในการนำสืบ ซักค้าน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปืน เรื่อง DNA เรื่องคราบเขม่า ขอนำมาเขียนเป็นข้อมูลและแนวทางซักไว้สั้นๆ ส่วนมือเก๋าให้ความเห็นเพิ่มเติมได้เลยครับยินดีแลกเปลี่ยนมุมมองกัน
1.ประเด็นเรื่องดีเอ็นเอ การตรวจพบ dna ที่ปืนที่ตกข้างตัวผู้ตายหรือจำเลยนั้นมักมีผลลบในทางคดี เนื่องจากทำให้เชื่อได้ว่าเป็นปืนของจำเลยที่ใช้ในการกระทำผิด หรือปืนของผู้ตายในกรณียิงต่อสู้เจ้าพนักงาน ที่นี้ถ้าผลตรวจ พบดีเอ็นเอของผู้ตายบางส่วนของปืนจะทำอย่างไรดี หากผลตรวจไม่พบ DNA ที่โก่งไกปืน ที่พานท้ายปืน เพียงพบแต่ dna จากคราบเลือดที่ปืน คงต้องทำการซักพยาน ให้เห็นว่าปืนกระบอกดังกล่าว ได้วางมา ข้างศพผู้ตายขณะอยู่บนรถกำลังไปโรงพยาบาล เพื่อให้ศาลเห็นว่าปืนนั้นอาจไม่ใช่ของผู้ตายแต่เป็นของอีกคนหนึ่ง และขณะที่วางปืนมาข้างศพผู้ตายอยู่บนรถนั้น อาจมีคาบเลือดของผู้ตายติดอยู่ที่กระบอกปืนก็ได้ และควรสอบถามให้เห็นว่า ที่ตัวด้ามปืนและโก่งไกปืนแม้จะไม่มีคราบเลือด แต่ถ้าหากผู้ตายเป็นผู้จับปืน เป็นผู้ใช้ปืน ก็จะสามารถตรวจพบ dna ได้เช่นกันเป็นประเด็นที่จะทำให้เห็นว่าผู้ตายไม่ใช่เจ้าของปืน ไม่ใช่ผู้ถือปืน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมักจะให้ความเห็นสอดคล้อง เป็นการถามในกรณีรายงานตรวจพิสูจน์พบ dna จากคราบเลือดที่ปืนแต่ไม่พบที่ส่วนอื่นของปืน
2.ประเด็นคราบเขม่าดินปืน ในส่วนของคราบเขม่าดินปืนนั้นถ้าผลตรวจระบุว่ามีการยิงภายหลังการล้างครั้งสุดท้าย รายงานนั้นจะเป็นผลลบ กับจำเลยหรือผู้ตายกรณีคดีวิสามัญฯ จึงต้องนำสืบและซักถามให้เห็นว่าโดยสภาพของปืนลูกซองนั้นจะทำการล้างล้างหรือไม่ล้างก็ไม่มีผลต่อการใช้งานเพราะไม่มีร่องเกลียว เพื่อให้เห็นว่าปืนนั้นอาจจะไม่เคยมีการล้างมานานแล้ว (คดีดังกล่าวเป็นปืนลูกซอง) และสามารถซักถามให้เห็นว่าปืนยาวลูกซองนั้น ถ้าถึงแม้มีการล้างปืนแต่ถ้าหากผู้ล้างไม่มีความชำนาญก็จะยังคงตรวจพบคราบเขม่าปืนอยู่ดีใช่หรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจมักต้องให้ความเห็นว่าใช่ เป็นข้อพิรุธที่ทำให้เห็นว่า ปืนนั้นอาจไม่ได้ล้างมานานแล้วเพราะโดยสภาพไม่จำเป็นต้องล้างก็ใช้งานได้หรือแม้กระทั่งล้างมาแล้วก็ยังอาจตรวจพบเขม่าดินปืนก็ได้
3. ประเด็นเขม่าดินปืนในมือของจำเลย หรือผู้ตายในคดีวิสามัญฯ หากพบคราบเขม่าดินปืนในมือผู้ตายคงต้องถามในส่วนขั้นตอนการเก็บหลักฐาน หรือสารดังกล่าวมีพบพบได้ตามธรรมชาติหรือชีวิตประจำวัน เช่นตะกั่วและแบเรียมนั้นพบในชีวิตประจำวันใช่มั้ย ซึ่งค่อนข้างยากพอสมควร แต่หากผลตรวจก้ำกึ่งแบบในคดีที่ผมพบคือตรวจพบคราบเขม่าในปริมาณที่ไม่สามารถบ่งชี้ว่าผู้ตายมีความเกี่ยวพันกับปืนดังกล่าวแล้วนั้น ในส่วนของเขม่าดินปืนนั้นจะประกอบด้วยสาร 3 อย่างคือแอนติโมนี แบเรียม และตะกั่ว ในการทำรายงานนั้นเจ้าหน้าที่จะลงความเห็นเฉพาะสารที่ตรวจไม่ โดยมีแอนติโมนีเป็นธาตุหลักในการบ่งชี้ว่าเป็นเขม่าดินปืน ของการยิงปืน ถ้าหากปริมาณเขม่าปืนน้อยจนไม่สามารถวินิจฉัยได้ อาจสอบถามพยานผู้ตรวจว่า ตรวจสภาพของปืนลูกซองนั้น นกสับของปืน กับโก่งไกปืน จะอยู่ใกล้กันหรือติดๆกัน เมื่อยิงแล้วจะทำให้เขม่าดินปืนติดอยู่ที่มีผู้ตายหรือจำเลยอย่างชัดเจนใช่มั้ย พยานมักให้ความเห็นว่าใช่ รวมถึงอาจถามสภาพปืนที่เก่าและมีรอยแก๊สรั่วว่า ในการยิงปืนแต่ละนัดนั้น จะพบคราบเขม่าดินปืนและสามารถตรวจได้อย่างมากชัดเจนใช่ไหม รวมถึงหากจำเลยหรือผู้ตายยิ่งจำนวนหลายนัดยิ่งจะพบคราบเขม่าเป็นจำนวนมากชัดเจนใช่มั้ย พยานก็มักให้ความเห็นว่าใช่ เพื่อให้ศาลเห็นว่าคาบเขม่าดินปืนนั้น ไม่ได้มาจากการยิงปืน แต่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน หรือผู้ตาย/จำเลยไม่ได้ยิงปืนนั้นเลย เพราะหากมีการยิงปืนจริงจะต้องพบคราบเขม่าดินปืนที่มือ แขน ของผู้ตายหริอจำเลยชัดเจนแน่นอน ซึ่งในการยิงปืนในคดีที่พบนั้นถูกกล่าวหาว่าผู้ตายยิงปืนจำนวนหลายชุดในขณะก่อเหตุและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่พบแอนติโมนี่(ธาตุเขม่าดินปืน)น้อยจนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับปืน
4. ลักษณะปืน อานุภาพ วิถีกระสุน เวลาในการโหลดกระสุน สามารถถามได้ตามสถานะการ รวมถึงรูเข้าออกของกระสุน จะชี้ให้เห็นว่าขณะผู้ตายถูกยิง นั้นหันมาต่อสู้หรือกำลังโกยหนี
ซึ่งอีกปัญหาหลักก็คือ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ตรวจมักจะไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติมนอกจากที่ทำรายงานเกี่ยวข้องไว้ และจะอ้างว่าไม่สามารถจำลักษณะปืนได้เพราะทำการตรวจเป็นจำนวนมาก หากผู้ตรวจซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ให้ความเห็นเลย ก็สามารถขออนุญาตศาลให้จดบันทึกในประเด็นดังกล่าวไว้ได้เพื่อติดสำนวนต่อไป ส่วนคดีที่ติดตามอยู่ หากมีผลสรุปเป็นอย่างไรจะนำมาสกัดเล่าให้ฟังอีกที
เรียงโดย
ทนายภูดิท โทณผลิน
18 สิงหาคม 2560
ภาพปืน เครดิต google (คนละกระบอกกับในคดีแต่รุ่นและประเภทเดียวกัน)

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581