หลักกฎหมาย มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558]
ดูจากตัวบทมีคำที่ต้องตีความคือ “โดยไม่อันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น” คำนี้ท่านอาจารย์ วัลภ์ วิเศษสุวรรณ์ อาจารย์พิเศษ ภาคนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า
ข้อความที่ว่า “โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น” นั้นอันตรายนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นหากเข้าช่วยเสมอไป เพียงแต่เป็นที่น่ากลัวว่าจะเกิดก็เพียงพอแล้ว และอันตรายดังกล่าวเป็นอันตรายที่ควรเกรงว่าจะเกิดกับตนเองหรือผู้อื่นก็ได้
อย่างไรก็ดีคำว่าอันตรายในที่นี้ยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่าหมายความเฉพาะอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรวมถึงความยากลำบากอย่างอื่นด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่หากเข้าช่วยแล้วผู้กระทำอาจต้องรับผิดตามกฎหมายอื่น ผู้กระทำจึงไม่เข้าช่วย ก็ยังไม่เป็นแน่ชัดว่าผู้กระทำควรกลัวอันตรายอันเกิดแก่ตนเองแล้วหรือไม่
สำหรับหลักกฎหมายในต่างประเทศมีหลักที่เรียกว่า Good Samaritan Law อันเป็นกฎหมายที่กำหนดให้บุคคลที่อยู่ในที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุอาชญากรรมมีหน้าที่พลเมืองที่ดีต้องเข้าช่วยผู้ซึ่งตกอยู่ในอันตรายแห่งชีวิตหรืออันตรายสาหัสแก่กายและสุขภาพ
จึงกล่าวได้ว่า Good Samaritan Law จะเป็นหลักกฎหมายอาญาที่คล้ายคลึงกับ ปอ.มาตรา 374 เป็นอย่างมาก
แม้มตรา 374 จะไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่ารวมถึงความยากลำบากอย่างอื่นหรือไม่ แต่หลัก Good Samaritan Law นั้น กฎหมายจะบังคับให้เข้าช่วยก็ต่อเมื่อการเข้าช่วยไม่ก่อให้เกิดสิ่งต่างๆดังนี้

1. การเข้าช่วยไม่ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้กระทำ
ผลร้ายในที่นี้คือ ความเสียหายทุกประการ รวมไปถึงการก่อความรับผิดทางกฎหมายอย่างอื่นแก่ผู้กระทำ เช่นหากแพทย์พบผู้ประสบอุบัติเหตุและกำลังจะเข้าปฐมพยาบาลแต่ผู้ประสบอุบัติเหตุปฏิเสธการรักษา การปฏิเสธการรักษาทำให้แพทย์ไม่อาจอ้างความยินยอมเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดได้ เช่นนี้หากแพทย์ไม่ปฐมพยาบาลย่อมไม่มีความผิด

2. การเข้าช่วยนั้นไม่ก่อภัยพิบัติต่อผู้กระทำ
ภัยพิบัตินี้หมายถึงภัยในทางกายภาพ ไม่เพียงอันตรายแก่ร่างกายหรือชีวิตเท่านั้น แม้อันตรายอันอาจเกิดกับทรัพย์สินผู้กระทำเองก็เป็นภัยพิบัติเช่นกัน

3. การเข้าช่วยเหรือนั้นไม่ได้เป็นการทำลายหน้าที่ผู้กระทำที่มีต่อผู้อื่น

ยิ่งไปกว่านั้น มาตรา 374 วางหลักว่า “ไม่ช่วยตามความจำเป็น” การช่วยตามความจำเป็นนี้มีความจำเป็นนี้ความหมายเพียงไร เพราะในบางครั้งการช่วยไม่จำเป็นต้องทำต่อภยันตรายนั้นโดยตรงเช่น เมื่อมีหินหล่นทับคน การช่วยไม่จำเป็นต้องยกหินเพียงอย่างเดียว การโทรแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้มาช่วย ก็ถือว่าเป็นการช่วยอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ความผิดฐานละเว้นมาตรา 374 มิได้มีคำอธิบายที่แจ้งชัด
ในเรื่องดังกล่าว Good Samaritan Law ได้แบ่งการช่วยเป็นสามกลุ่มกล่าวคือ

1. กฎหมายวางหลักให้ต้องเข้าช่วยต่อเมื่อไม่เกิดผลร้ายต่อผู้กระทำหรือบุคคลอื่น เช่นในมลรัฐเวอร์จิเนียและมินนิโซตา วางหลักว่าให้ผู้ที่ทราบโดยฉุกเฉินว่ามีผู้กำลังประสบอันตรายอย่างร้ายแรงจะต้องเข้าช่วยเหลือตามสมควร เว้นแต่การช่วยนั้นอาจเกิดอันตรายหรือภัยต่อผู้กระทำหรือผู้อื่น

2. กฎหมายไม่ได้บังคับให้ช่วย แต่บังคับให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ
เช่นในมลรัฐแมซซาชูเลส

3. กฎหมายวางหลักให้ช่วยและให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ เช่นในมลรัฐวิสคอนซิน

เมื่อกล่าวถึงความผิดฐานละเว้นตามมาตรา 374 การแจ้งหน่วยงานรัฐย่อมเป็นการเข้าช่วยอย่างหนึ่ง

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า ความผิดตามมาตรานี้ ไม่เป็นการไม่กระทำ ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลมิให้ตายตามมาตรา 59 วรรคท้าย ฉะนั้น ถ้าไม่ช่วยแล้ว เกิดมีความตาย ผู้ไม่ช่วยไม่มีความผิดฐานฆ่าคน และความผิดตามมาตรานี้ไม่ต้องมีผล ฉะนั้นการที่ไม่ช่วยจะตายหรือจะรอดไม่สำคัญ และการละเว้นไม่ช่วยตามความจำเป็นต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา ถึงแม้การที่ควรจะช่วยหรือไม่ โดยไม่ต้องมีเจตนาในส่วนนั้นก็ตาม
– ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า คำว่า “อันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น” กฎหมายมิได้กำหนดว่าถึงขนาดไหน กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ใดต้องเสี่ยงภัยเพื่อช่วยบุคคลอื่น จึงต้องวินิจฉัยตามความรู้สึกของคนทั่วไปว่า ควรกลัวอันตรายแก่ผู้กระทำหรือควรเสี่ยงต่ออันตรายนั้นหรือไม่

#จากบทความของอาจารย์ทางด้านกฎหมายทั้งสองท่าน พอจะตีความมาตรานี้ออกว่า การเข้าช่วยต้องไม่เกิดอันตราย อีกทั้งการแจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เป็นการช่วยอย่างหนึ่งแล้ว และที่สำคัญไม่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ

ขอขอบคุณบทความทางวิชาการจากอาจารย์ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ และ อาจารย์ วัลภ์ วิเศษสุวรรณ์
รวบรวมโดย
ทนายภูดิท โทณผลิน
3/1/2560

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581