การหลอกลวงของมิจฉาชีพทุกวันนี้พัฒนาไปหลายระดับแล้วครับ ยกตัวอย่างเคสหนึ่งง่ายๆแต่ซับซ้อนกว่าเคสทั่วไปนิดหน่อย
– บริษัท A และ บริษัท B ทำธุรกรรมกันตามปกติ
– มิจฉาชีพเข้าเเฮคอีเมลและสลับเป็นบัญชีผู้ต้องหา(เหยื่อ) โดยไปได้บัญชีผู้ต้องหามาจาก Facebook ที่ลงขายของ เพราะผู้ต้องหามีอาชีพค้าขาย จึงลงเลขบัญชีไว้ให้ลูกค้าทราบเป็นปกติ
– ระหว่างนั้น มิจฉาชีพก็ โทรสอบถามผู้ต้องหา(เหยื่อ)ว่าต้องการจะซื้อสินค้า
– เมื่อบริษัท A ได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา(เหยื่อ)แล้ว
– มิจฉาชีพก็โทรแจ้งผู้ต้องหาว่าตนได้โอนเงินเข้าบัญชีแล้วให้ตรวจสอบ
– เมื่อผู้ต้องหา(เหยื่อ)ตรวจสอบว่ามีเงินเข้าจริงจึงได้จัดส่งสินค้าตามที่ผู้ต้องหาต้องการไปตามปกติ
– ทุกอย่างเหมือนจะจบลงตามปกติแต่ต่อมาผู้ต้องหาซึ่งเป็นเหยื่อกับถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงและพรบคอมฯ ซึ่งผู้ต้องหาไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับการเขียนหรือแฮค ระบบคอมพิวเตอร์มาก่อน แต่มีหลักฐานเงินโอนเข้าบัญชี
– โดยผู้แจ้งความหรือผู้เสียหายคือบริษัท A
เคสนี้ผมพอมีทางออกอยู่ แต่ขอนำลงไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่ค้าขายออนไลน์ได้เก็บหลักฐานการส่งสินค้า ข้อมูลผู้สั่งซื้อ รายละเอียดคนหรือรถยนต์ที่มารับสินค้า(กรณีมารับเอง)ของลูกค้าทุกคนไว้ตลอด เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตคนที่เราส่งสินค้าให้นั้นจะเป็นลูกค้าหรือมิจฉาชีพ จะได้มีพยานหลักฐานชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนได้
เศรษฐกิจแบบนี้ลูกค้าที่ไหนมาสั่งซื้อของพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาครับ เคสวันนี้มิจฉาชีพสั่งซื้อสินค้าจากผู้ต้องหาไปถึง 5,000,000 บาท อุตสาดีใจว่ามีคนสั่งของจำนวนเยอะแต่ภายหลังต้องมาถูกดำเนินคดี
ภูดิท โทณผลิน
6/12/2560

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581