วันหยุดชดเชยแต่ทนายกับตำรวจไม่หยุด วันนีี้นัดพบและให้การต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม เลยหยิบยกประเด็นการให้การของผู้ต้องหาว่าควรจะไปในแนวทางใดดี
การให้การในคดีอาญาของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนกฎหมายเปิดช่องว่าจะให้ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ , ปฎิเสธ(ลอย) , ปฎิเสธ(พร้อมเหตุผล) , ให้การภาคเสธ(รับบางข้อหาปฎิเสธบางข้อหา) ก็ได้ ซึ่งประชาชนทั่วไปมักมีความเข้าใจว่าให้การปฎิเสธไปก่อนดีกว่า ซึ่งถูกต้อง แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด การที่ผู้ต้องหาจะให้การในชั้นสอบสวนอย่างไรให้เป็นผลดีนี้ต้องดูเป็นรายกรณีไป ยกตัวอย่างดังนี้
#ให้การรับสารภาพ ผู้ต้องหาสามารถให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนหรือให้การรับสารภาพชั้นศาลก็ได้ ได้ลดโทษตามกฎหมายเท่ากัน การรับสารภาพในชั้นสอบสวนไม่ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษกว่าเดิมแต่อย่างใด ยกเว้นแต่คดียาเสพติดที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้การอันเป็นประโยชน์ในการขยายผล ตาม พรบ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 ดังนั้นการให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนจึงมีประโยชน์น้อยมาก และการรับสารภาพชั้นสอบสวนมีผลให้หากภายหลังประสงค์จะสู้คดีชั้นศาลจะทำให้คำให้การมีน้ำหนักน้อยลง เพราะศาลมักจะรับฟังคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนว่ามีน้ำหนักมากกว่า เพราะเกิดขึ้นใกล้ชิดกับเหตุการไม่มีโอกาสได้ปั้นแต่ง
#ให้การปฎิเสธ (ลอย) เป็นที่หยิบยกมาใช้กันบ่อย การให้การลักษณะนี้ พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนสั่งฟ้อง และส่งอัยการแน่นอน นักกฎหมายหลายคนมักให้ผู้ต้องหาให้การแบบนี้ รวมถึงผู้เขียนเองในบางคดีก็ให้ผู้ต้องหาให้การลักษณะนี้ ข้อดีคือไม่ทำให้ประเด็นที่จะนำสืบในชั้นศาลขัดกันเอง และไม่ทำให้โจทก์ ผู้เสียหาย ทราบแนวทางการต่อสู้คดี แต่มีข้อเสียอยู่บ้าง คือพยานที่จำเลยนำเสนอต่อศาลมีบ้างที่ศาลใช้ดุลพินิจว่าประเด็นดังกล่าวจำเลยทราบดีแต่เพิ่งกล่าวอ้างในชั้นศาล จำเลยมิได้อ้างหรือนำเสนอในชั้นการสอบสวนจึงมีพิรุท อาจเกิดจากการปั้นแต่งภายหลัง ไม่มีน้ำหนักเพียงพอหักล้างพยานโจทก์…. (#ประเด็นนี้มักมาจากการถามค้านของอัยการหรือทนายโจทก์ร่วมว่า #จำเลยมีพยานดังกล่าวอยู่ตั้งแต่ในชั้นสอบสวนใช่หรือไม่ และ #จำเลยมิได้เคยอ้างหรือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนใช่หรือไม่)

#ให้การปฎิเสธ (พร้อมเหตุผล) กรณีดังกล่าวยังมีความเห็นนักกฎหมายเป็นสองแนวทาง ผู้เขียนขอมาสรุปเป็นข้อดีและข้อเสียดังนี้
#ข้อดี
1. ทำให้พนักงานสอบสวนอาจมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาได้ หากหลักฐานที่กล่าวอ้างนั้นชัดเจน มีน้ำหนัก และเป็นประเด็นสำคัญในคดี เช่นการอ้างฐานที่อยู่ ว่าตนมิได้อยู่ในที่เกิดเหตุโดยมีเอกสารยืนยันเช่นพาสสปอต ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือเอกสารอื่น ยกเว้นคดีที่แจ้งว่าเป็นผู้ใช้ จ้าง วาน สมคบ แบบนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เกิดเหตุก็มีความผิด แต่ในทางปฎิบัติพนักงานสังไม่ฟ้องยาก ส่วนมากโยนคดีไปให้พนักงานอัยการสั่ง
2. ทำให้สามารถร้องขอความเป็นธรรมให้พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องได้และมีโอกาสมากขึ้น หากพยานหรือเอกสารชัดเจนว่ามิได้กระทำความผิด
3. การนำสืบชั้นศาลมีน้ำหนัก เพราะจำเลยได้อ้างมาตั้งแต่ต้น แต่ทั้งนี้ต้องนำสืบ ซักค้าน ทำลายน้ำหนักพยานโจทก์ให้ได้ด้วย เพราะหากแม้นพยานจำเลยจะดีอย่างไรหากซักค้านพยานโจทก์ไม่แตกก็แทบไม่มีผลดี

#มาถึงข้อเสียกันบ้าง
1. ทำให้ผู้เสียหาย ร่วมถึงผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ หาข้ออ้างมาหักล้างพยาน ทำลาย รวมถึงข่มขู่พยานได้
2. เป็นการเปิดให้เห็นแนวทางการต่อสู้คดีให้โจทก์เห็นชัด ดังนั้นพนักงานอัยการโจทก์อาจหาแนวทางมาสืบแก้ตรงนี้ได้ แต่ผู้เขียนก็ได้เคยพบพนักงานอัยการหลายท่านที่มิได้คำนึงถึงผลแพ้ชนะเป็นหลัก แต่คำนึงถึงการช่วยกันนำสืบให้ความจริงปรากฎต่อศาล นำสืบและซักพยานไปตามความจริงให้ความจริงปรากฎ ซึ่งผู้เขียนมักชื่นชมเพราะเป็นการทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ
3. เป็นการเปิดให้พนักงานสอบสวนเห็นแนวทางสู้คดี และอาจมีการสอบสวนพยานเพิ่มเพื่อมาอุดและแก้แนวทางการต่อสู้ของผู้ต้องหาได้
4. พยานอาจขัดกันเอง ในชั้นศาล เพราะที่ให้การในชั้นสอบสวนและในการนำสืบอาจมีข้อความจากคำให้การที่ไม่ตรงกันและขัดกันทำให้น้ำหนักและความน่าเชื่อถือลดลง
ดังนั้นการจะให้การปฎิเสธ พร้อมเหตุผล ต้องดูท่าทีผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนให้ดี และต้องมันใจในพยานหลักฐานและแนวทางการนำสืบ เพราะอาจเป็นผลดี หรือเป็นผลเสียหนักกว่าเดิมก็ได้
#ต่อมาการให้การภาคเสธ คือรับสารภาพบางข้อหาแต่ปฎิเสธบางข้อหา ยกตัวอย่างกรณีฆ่าผู้อื่น โดยผู้ต้องหารับว่าฆ่าจริง แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัวตามสมควร หรือเป็นบันดาลโทสะตามแต่กรณี ตรงนี้ต้องระวังและมันใจจริงๆเพราะอาจพันกันและไปขัดกับพยานที่จะนำสืบในชั้นศาลได้ แต่มีข้อดีตรงที่หากหลักฐานที่ผู้ต้องหาอ้างนั้นมีน้ำหนักฟังได้ ก็จะทำให้ถูกฟ้องในข้อหาที่โทษเบาลงได้
สรุปสั้นๆการที่ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรนั้นจะต้องพิเคราะห์แล้วแต่ข้อเท็จจริงและข้อหาประกอบกัน ว่าการให้การรูปแบบใดจะเป็นประโยชน์กับผู้ต้องหาที่สุด แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็ให้การปฎิเสธไปก่อนก็ได้
ผู้เรียบเรียง
ทนายภูดิท โทณผลิน
13 กุมภาพันธ์ 2560
ณ. กองบังคับการกองปราบปราม

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

 

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581