วันนี้มีเรื่องเล่าเล็กน้อยเกี่ยวกับกรณีฉ้อโกง กับ ผิดสัญญาทางแพ่ง โดยจะขอเล่าถึงข้อกฎหมายเพียงสั้นๆ เพราะเคยลงเกี่ยวกับข้อกฎหมายหลายครั้งแล้ว ขอเล่าถึงข้อเท็จจริงเป็นหลัก
มีอยู่คดีหนึ่งเป็นกรณีรับถมที่มูลค่าหลัก 10 ล้าน จำเลยกับพวกเตรียมการมาอย่างดีในรูปแบบผู้ประกอบกิจการรับเหมา รับถมที่ดินรายใหม่ เข้าเสนอราคาในราคาที่น่าดึงดูดใจ มีสำนักงานใหม่เล็กๆ มีรถตักดินเล็กๆ เก่าๆ 1 คัน และมีสัญญาเป็นรายลักษณ์อักษรตามปกติ แต่ได้มารับงานรับถมที่ดินราคาเกิน 10 ล้าน ทำสัญญาและเบิกไปกว่า 8 ล้าน และก็ปิดตัวตามระเบียบ ผู้เสียหายเดือนร้อนรีบไปแจ้งความ แต่!!! ผู้ต้องหามีที่ตั้งจริง มีสัญญาด้วย แถมหลังรับเงินค่าว่าจ้างแล้วยังมีรถตักดินเก่าๆคันเล็กๆ อยู่หน้างาน เลยต้องสั่งไม่ฟ้องไปตามระเบียบ และให้ผู้เสียหายไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง
เมื่อเรื่องถึงมือทนายความแล้ว ทางแพ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีประเด็นที่จะพลิกเป็นอื่นได้ แต่ ไม่รู้ว่าจำเลยจะยังมีเงินให้บังคับคดีหรือไม่ เลยต้องเดินขนานทั้งทางแพ่ง และทางอาญา ถึงแม้นพนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ก็ไม่ตัดสิทธิ์ที่ผู้เสียหายจะฟ้องคดีเอง แต่เป็นการบ้านงานหนักมากเมื่อขนาดพนักงานสอบสวนยังมีคำสั่งไม่ฟ้อง ทนายความจะไต่สวนอย่างไรดี เลยต้องขอภาพหน้างานจากผู้เสียหายจึงได้เห็นทางสว่าง ปรากฎว่า
1. สำนักงานเป็นสำนักงานเช่าชั่วคราว เเละเพิ่งเปิดไม่นาน
2. จำเลยมิได้เคยประกอบธุรกิจรับถมดินมาก่อน
3. แม้หลังรับเงินจำเลยจะเข้าทำงานจริง แต่ก็ไม่ได้สัดส่วนกับยอดเงินที่นำเบิกรวม 8 ล้านบ้าน (พูดง่ายๆคือมีแค่รถตักดินจอดโชวหน้างานเท่านั้น) โดยเสนอให้เห็นว่าเงินที่จำเลยนำเบิกจากโจทก์นั้นจำเลยมิได้นำไปใช้ลงมือในการทำงานจริง มีแต่เพียงนำรถมาจอด นำบุคคลอื่นมาอ้าง รวมถึงอ้างถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆในการทำงานของจำเลยเท่านั้น
4. ถึงแม้จะมีการทำสัญญาก็ตาม แต่เมื่อประกอบกับการพูดจาหว่านล้อมของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการใช้สัญญาเป็นอุบายและขั้นตอนหนึ่งในการหลอกลวงให้หลงเชื่อ
โดยพยายามเสนอให้ศาลเห็นว่า โดยพฤติการของจำเลยทั้งหมดนั้น จำเลยและพวกมีเจตนามาตั้งแต่ต้นที่จะแสดงให้โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยประกอบกิจการรับถมที่ดินจริง โดยความจริงจำเลยมิได้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเลย อีกทั้งปัญหาสารพัดที่จำเลยยกขึ้นอ้างเป็นเหตุที่ไม่สามารถทำงานต่อได้นั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริง ศาลจึงเชื่อว่าการกระทำของจำเลยนั้นมีลักษณะเป็นการร่วมกันฉ้อโกง จึงประทับรับฟ้องไว้ ถึงแม้ยังต้องสู้คดีกันอีกยาวไกล แต่เชื่อว่า ภายหลังมีหมายจับจำเลยกับพวกแล้ว จำเลยกับพวกจะพยายามขวนขวายเจรจาชำระเงินกับโจทก์มากขึ้น ส่วนทนายโล่งอกยกภูเขาออกไปได้อีกลูก
ภูดิท โทณผลิน

5/7/2561

โทร 0847068581

id line ; rgc-114

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

https://line.me/ti/p/yE8nglDJcq

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581