มาต่อกันประเด็นเช่าซื้อวันนี้มีคนถามมาทางข้อความเยอะมากว่าถ้าถูกฟ้องต้องทำอย่างไร ผมจะสรุป คร่าวๆดังนี้
ส่วนมากการฟ้องกรณีเช่าซื้อไม่ได้มีผู้เช่าซื้อคนเดียวที่ถูกฟ้อง ยังมีบุคคลอีกคนหนึ่งคือผู้ค้ำประกันที่จะถูกฟ้องคดีเป็นจำเลยที่ 2 ด้วย มีหลายคนถามมาว่า คนค้ำต้องไปศาลมั้ย ตอบชัดเจนนะครับว่าควรต้องไปทั้งสองคน ทั้งคนเช่าซื้อและคนค้ำประกัน หากไม่ไปจะมีผลคือ โจทก์คือไฟแนนซ์สามารถดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว และศาลจะคำพิพากษาในวันนั้นเลย เมื่อมีคำพิพากษาแล้วไฟแนนซ์สามารถดำเนินการสืบทรัพย์และบังคับคดีทั้งคนเช่าซื้อ และผู้ค้ำประกันได้ทันที แต่ไม่ต้องกังวลเพราะคดีที่ฟ้องนั้นเป็นคดีแพ่ง(คดีผู้บริโภค) ไม่มีโทษจำคุกแต่อย่างใด
ต่อมาประเด็นที่จะแนะนำในการต่อสู้คดีกับบริษัทไฟแนนซ์เบื้องต้น หลักๆมีประมาณนี้
1.อำนาจฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นนี้ส่วนมากสู้ติดไป แต่ผู้เขียนเคยพบบางคดีที่สถาบันการเงินฟ้องคดีมา ปรากฎว่าลืมปิดอากรสแตมป์ หรือบางบริษัทลืมประทับตราบริษัท ในประเด็นนี้อาจพบได้น้อยแต่ถ้าหากโจทก์ลืมหรือบกพร่องก็สามารถทำให้ศาลยกฟ้องได้
2. ประเด็นการขายทอดตลาดไม่ชอบ หมายถึงไม่มีหนังสือแจ้งการขายทอดตลาดรถไฟยังผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน เช่นไม่มีการส่ง หรือส่งไปยังสถานที่ที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาของผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน
3. ประเด็นนี้สำคัญมาก คือต่อสู้ว่าราคาที่ขายทอดตลาดต่ำเกินไป การขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบ ราคารถคันที่ขายทอดตลาดขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาดเป็นอย่างมาก แบบนี้ต้องนำเสนอให้เห็นว่ารถคันดังกล่าวมีราคาตลาดอยู่ในเรทราคาเท่าใด
4. ประเด็นเรื่องค่าขาดประโยชน์ สามารถต่อสู้ได้ว่าค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์เรียกนั้น ราคาสูงเกินไป และโจทก์ไม่มีเรทหรือสัญญาเช่ามาแสดงให้เห็นว่า รถคันดังกล่าวถ้าเอาออกให้เช้า จะมีราคาตามที่ฟ้อง ในส่วนนี้ศาลสามารถตัดลดค่าขาดประโยชน์รายเดือนลงได้
5. ค่าติดตามทวงถาม ค่าปรับ ผู้เช่าซื้อหรือผู้ค้ำประกันสามารถต่อสู้ได้ว่าค่าติดตามทวงถามนั้นโจทก์ไม่มีสิทธิ์เรียก แต่ระยะหลังไฟแนนซ์แก้เกมส์โดยเขียนระบุลงในสัญญาว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดยินนอมให้ไฟแนนซ์เรียกค่าติดตามทวงถามได้ ซึ่งประเด็นนี้เราสามารถสู้ติดไปได้
6. อีกประเด็นที่อาจสู้ติดไปได้ แต่อาจไม่มีน้ำหนักนัก คือเรื่องดอกเบี้ยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นนี้ศาลบางท่านอาจสอบถามว่าคิดไม่ถูกต้องอย่างไร ซึ่งถ้าโจทก์คำนวนดอกเบี้ยมาถูกต้องแล้วก็อาจตัดประเด็นนี้ไป แต่หากเป็นคดีบัตรเครดิตศาลอาจตัดลดหย่อนได้โดยอัตโนมัตซึ่งผู้เขียนจะเรียบเรียงเขียนแยกเป็นอีกเรื่องในภายหลัง
โดยรายละเอียดดังกล่าวเขียนขึ้นคร่าวๆ สามารถเปลี่ยนแปลงตามข้อเท็จจริงแต่ละเคส ซึ่งเท่าที่ผ่านมือมาส่วนมากศาลจะลดค่าเสียหายให้ ไม่ได้ให้เต็มตามฟ้องเสมอไป บ้างคดีลดไปเป็นแสน ดังนั้นอย่าลืมรักษาสิทธิ์ของตัวเองกันนะครับ วันนี้เขียนเท่านี้ก่อนเกรงจะยาวไป
เรียบเรียงโดย ทนายภูดิท โทณผลิน

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581