ก่อนขอตัวไปทำงานในคืนนี้ต่อ ขอเขียนแนะนำผู้เตรียมสอบใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ภาคทฤษฎี รุ่น 47 ที่จะสอบเร็วๆนี้ มีข้อสังเกตุในการเขียนธงคำตอบของภาคทฤษฎีที่เปลี่ยนไปสองประการคือ
#ประการแรก #ชื่อคู่ความ ในคำฟ้องคดีแพ่ง และคำฟ้องคดีอาญา เดิมนั้นการสอบภาคทฤษฎีจะมิต้องใส่ชื่อคู่ความแต่อย่างใด #แต่ในการสอบภาคทฤษฎีรุ่น47 นี้ ผู้เข้าสอบจะต้องใส่ชื่อคู่ความคือ ชื้อโจทก์ และ ชื้อจำเลย ด้วย โดยเขียนใส่ก่อนเขียนในเนื้อหาด้วย โดยใช้หลักการเขียนเดียวกับการสอบภาคปฎิบัติ , การสอบสำหรับผู้ฝึกงานไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมถึงเป็นหลักเดียวกันกับการทำคำฟ้องจริง ผู้เข้าสอบสามารถดูตัวอย่างจากในสำนวนจริงหรือข้อสอบเก่าของสภาทนายความภาคปฎิบัติได้
#ประการต่อมา การระบุชื่อผู้เรียงและเขียนในเอกสารคือ คำร้อง คำขอ คำแถลง คดีไม่มีข้อพิพาท และน่าจะรวมถึงคำให้การจำเลยด้วย (เพราะใช้หลักเดียวกัน) ซึ่งเดิมนั้นการสอบภาคทฤษฎีจะให้เขียนถึงแค่ “ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” #แต่ในการสอบภาคทฤษฎีรุ่น47 นี้ ผู้เข้าสอบจะต้องใส่ข้อมูลผู้เรียงและเขียนด้วย ซึ่งในการใส่ข้อมูลผู้เรียงและเขียนนั้น ในข้อสอบเก่ามักจะให้ทนายความไม่ว่าจะทนายความโจทก์หรือทนายความจำเลยเป็นผู้ลงชื่อ ซึ่งในส่วนนี้ตัวความคือโจทก์หรือจำเลยเอง สามารถเรียงและลงชื่อได้เช่นกัน ขอให้เทียบเคียงการตอบให้ใกล้เคียงธงเฉลยเป็นดีที่สุด
#และประการสำคัญต่อมา นักศึกษาอย่าสับสน อย่าเอาลักษณะการลงชื่อผู้เรียงเขียน ไปใส่ในคำฟ้องคดีแพ่ง หรือคำฟ้องคดีอาญาเด็ดขาด เพราะในคำฟ้องนั้นจะปิดท้ายที่คำว่า “ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” เท่านั้น และจะมีคำขอท้ายคำฟ้องแพ่ง หรือคำขอท้ายคำฟ้องอาญา ต่างหาก
#และข้อสังเกตุสุดท้าย สำหรับนักศึกษาที่ได้ฝึกงานในสำนักงานทนายความจริง อย่าได้ติดเอาคำว่า “ผู้เรียงและพิมพ์” มาใช้เด็ดขาด เพราะการสอบนั้นผู้เข้าสอบเขียนด้วยลายมือ #จึงต้องใช้คำว่า “ผู้เรียงและเขียน”
เรียบเรียงโดย
ทนายภูดิท โทณผลิน
4 กุมภาพันธ์ 2560

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581