ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามต่อเนื่อง ผู้เขียนจะพยายามลงตามเวลาที่อำนวย วันนี้มีคนปรึกษาเรื่องแจ้งความคดีถูกโกงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับ เลยอยากเขียนอธิบายให้ทราบก่อนว่า เคสไหนสามารถแจ้งความฐานความผิดฉ้อโกงได้ เคสไหนต้องดำเนินคดีทางแพ่งเอง
คำว่า โกง มีความความหมายเข้าใจกับหลายแบบ
1. โกง ที่หมายถึง #ฉ้อโกงทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ” 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอก ลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ” หมายความว่า เจตนาของผู้ที่โกง คิดที่จะโกงมาก่อนแล้ว ใช้อุบายต่างๆนานา เพื่อให้ได้ทรัพย์สินไปจากผู้เสียหาย เช่น ซื้อสินค้าและจ่ายเช็คที่บัญชีปิดแล้ว ทำสัญญากู้ให้โจทก์ในนามบุคคลอื่นที่ไม่ตัวตนจริง (ฎ. 5255/2540) , หลอกว่าสามารถพาไปทำงานต่างประเทศได้และเรียกเก็บค่าดำเนินการ ทั้งที่ความจริงไม่สามารถพาไปได้ (ฎ.5401/2542) , หลอกขายฝากที่ดินแปลงที่สวย ผู้เสียหายหลงเชื่อพอรับซื้อฝากปรากฎที่ดินเป็นป่ารกและสภาพต่างกันมาก (ฎ.1866/2543) นำสร้อยทองปลอมมาขายให้ผู้เสียหาย (ฎ.471/2543)
ซึ่งตามตัวอย่างจะเห็นได้ว่า เจตนาของผู้ที่ฉ้อโกงทางอาญา จะมีเจตนาไม่ชำระหนี้หรือหลอกมาตั้งแต่ต้น แต่ใช้เอกสาร สัญญา อุบาย พูดจาหว่านล้อมจนผู้เสียหายเชื่อ
2. ซึ่งแตกต่างกับคำว่า ถูกโกง หรือ #ผิดสัญญาทางแพ่งที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจกัน กล่าวคือ การที่จะเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งนั้นหมายความว่า เดิมคู่สัญญาไม่มีเจตนาจะโกง เช่นขณะทำสัญญาลูกหนี้ไม่มีเจตนาจะเบี้ยว ทำสัญญาไปตามปกติถูกต้องครบถ้วน แต่ภายหลังจากที่ทำสัญญาแล้วสถานะทางการเงินไม่ดี ขาดสภาพคล่องถึงไม่มีเงินมาใช้หนี้แล้ว แบบนี้จะเป็นกรณีผิดสัญญาทางแพ่งแทน ยกตัวอย่างเช่น เคยทำสัญญาซื้อขายกัน ปรากฎว่าจำเลยส่งสินค้าให้เพียงสองล็อตไม่ครบตามสัญญา เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง (ฎ.19/2541) , จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ปรากฎว่าภายหลังที่ดินถูกเวนคืนโดยจำเลยไม่ทราบมาก่อนเพราะทางราชการเพิ่งประกาศออกมา แบบนี้เป็นกรณีผิดสัญญาทางแพ่ง (ฎ.151-152/2537)
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายข้อเท็จจริงที่คาบเกี่ยวกันมาก แต่ผู้เขียนขอสรุปนิยามความแตกต่างไว้สั้นๆคือ
1. ความผิดฐานฉ้อโกง คือ #ตั้งใจเบี้ยวมาแต่แรก
2. กรณีผิดสัญญาทางแพ่ง คือ #ตอนแรกไม่ตั้งใจเบี้ยว แต่ภายหลังทำสัญญาไม่มีจ่ายเลยเบี้ยว
ตามบทความดังกล่าวลองนำไปปรับดูนะครับ ถ้าประสงค์ที่จะแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง ต้องหาหลักฐานหรืออธิบายให้พนักงานสอบสวนเข้าใจว่า ผู้ที่มาโกงนั้น ไม่มีเจตนาที่จะชำระเงินหรือตั้งแต่แรก และสิ่งที่ผู้ที่มาโกงพูดนั้น ไม่มีอยู่จริง หรือไม่สามารถทำได้ตามที่พูดแน่นอน เป็นการพูดจาหวานล้อมจนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและให้ทรัพย์สินไปและที่สำคัญความผิดฐานฉ้อโกงนั้นต้องรีบแจ้งความร้องทุกข์ อย่าให้เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ทราบว่าถูกโกงมิฉะนั้นจะขาดอายุความ เนื่องจากเป็นความผิดที่ยอมความได้ ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนทำงานในภาคปฎิบัติผมว่ายังน่าเสียดายมากที่ อายุความคดีสั้นไป มีประชาชนหลายคนที่ไม่ทราบข้อกฎหมาย และไม่มีที่ปรึกษากฎหมาย พอมาทราบหรือดำเนินการอีกทีปรากฎว่าขาดอายุความเป็นจำนวนมากหลายคดี
และไว้ว่างๆผมจะมาเขียนต่อว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่รับแจ้งความจะทำอย่างไรดี
ฎีกาบางส่วนค้นจากหนังสือ คดียักยอก ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ของอาจารย์ สุพิศ ปราณีตพลกรัง ท่านใดสงสัยไปหาอ่านเพิ่มกันได้ครับ
บทความเขียนโดย ทนายภูดิท โทณผลิน

ติดตามข้อมูลข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการสอบใบอนุญาตทนายความ และข้อกฎหมายที่น่าสนใจและทางไลน์

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581