เมื่อเราถูกฟ้องเป็นคดีต่อศาลแต่เราไม่ได้ไปศาลเลยจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้แพ้คดีโดยขาดนัดและส่งคำบังคับมาให้ที่บ้านเรา อย่าเพิ่งตกใจไปถึงแม้เราจะถูกคำพิพากษาให้แพ้คดีไปแล้วแต่กฎหมายก็ไม่ได้ปิดโอกาสไม่ให้เราได้ต่อสู้คดีเลย โดยกฎหมายให้เราสามารถขอพิจารณาคดีใหม่ได้แต่การที่จะขอพิจารณาคดีใหม่นั้นเราจะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 และมาตรา199 ตรี โดยสามารถสรุปได้ดังนี้
1. เราจะต้องถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดีโดยขาดนัดเท่านั้น หากถูกศาลสั่งให้แพ้คดีด้วยเหตุผลอื่นไม่สามารถขอพิจารณาคดีใหม่ได้
2. โดยหลักของกฎหมายแล้วเมื่อเราได้รับคำพิพากษาให้แพ้คดีเรามีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษา แต่หากเราประสงค์จะขอพิจารณาคดีใหม่นั้นเราจะต้องไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ เนื่องจากกฎหมายให้สิทธิเราเลือกใช้ได้เพียงทางใดทางหนึ่งเท่านั้น
3. ต้องไม่เคยขอพิจารณาคดีใหม่และศาลอนุญาตแล้วแต่ขาดนัดในคดีที่ขอพิจารณาใหม่ เช่นนี้จะมาขอพิจารณาใหม่เป็นครั้งที่สองไม่ได้
4. ต้องไม่ใช่คำขอพิจารณาคดีใหม่ที่ต้องห้ามตามกฎหมายโดยคำขอที่ถือว่าต้องห้ามตามกฎหมาย มีดังนี้
4.1 เป็นกรณีที่เราขาดนัดยื่นคำให้การและได้ยื่นขออนุญาตยื่นคำให้การแล้วศาลอนุญาตแต่เราได้ขาดนัดที่ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การ เช่นนี้หากศาลพิจารณาต่อไปและมีคำพิพากษาให้เราแพ้คดีโดยขาดนัด เราไม่สามารถยื่นขอพิจารณาใหม่ได้
4.2 เป็นกรณีที่เราได้ยื่นขออนุญาตยื่นคำให้การแต่ศาลไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การเพราะไม่ได้ยื่นในโอกาสแรกที่ไปศาลหรือเพราะเหตุที่ไม่ได้ยื่นคำให้การเป็นเพราะจงใจหรือมีเหตุไม่สมควรเช่นนี้ เราไม่สามารถมาขอพิจารณาคดีใหม่ได้
หากเรามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ข้างต้นแล้วเราก็สามารถที่จะยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ โดยวิธีการยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 จัตวา ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. เราต้องยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลได้ส่งคำบังคับ
2. หากเรายื่นไม่ทันภายใน 15 วัน เพราะมีพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้เช่น ศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่ได้รับคำบังคับ เป็นต้น เราสามารถยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่พฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือมีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น ยกตัวอย่างเช่น เราต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ตามกำหนด15วัน เช่นนี้การเดินทางไปต่างประเทศของเราเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้ ดังนั้นเมื่อเราเดินทางกลับประเทศไทยก็ถือได้ว่าพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเราจะต้องยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายใน15วันนับแต่วันที่เรากลับมาประเทศไทย แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เราอยู่ต่างประเทศจนถึงเวลาที่เดินทางกลับมาประเทศไทยจะต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ยึดทรัพย์หรือมีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้เพราะหมดเวลาที่จะสามารถยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้แล้ว
3. ในคำขอพิจารณาคดีใหม่นั้นจะต้องกล่าวโดยชัดแจ้งถึงเหตุที่เราขาดนัดยื่นคำให้การ โดยจะต้องเป็นเหตุที่เราไม่ได้จงใจหรือเรามีเหตุอันสมควรในการขาดนัดยื่นคำให้การ และเราจะต้องมีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าหากเราได้ต่อสู้คดีเราอาจเป็นฝ่ายชนะคดีได้
4. ในกรณีที่เรายื่นคำขอพิจารณาช้ากว่ากำหนดเวลา 15 วัน เราจะต้องกล่าวในคำขอถึงเหตุที่ล่าช้าด้วย
ภูดิท  โทณผลิน
0847068581

ติดตามข้อมูลข่าวสารความรู้ข้อกฎหมายและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเตรียมสอบใบอนุญาตทนายความได้ที่
https://line.me/ti/p/yE8nglDJcq

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581