ชาวบ้านกัมพูชา 5 หมู่บ้านฟ้องบริษัทผลิตน้ำตาล ร้องศาลขอให้รับเป็นคดีแบบกลุ่ม
———– เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้มีการไต่สวนคำร้องเพื่อให้รับคดีแบบกลุ่มกรณีชาวบ้านจากกัมพูชา ยื่นฟ้องคดีเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการน้ำตาลของบริษัทไทยที่ลงทุนข้ามพรมแดนในประเทศกัมพูชา คดีหมายเลขดำที่ 713/2561 ประเภทคดีแพ่ง โดยศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะทำการไต่สวนคำร้องเพื่อให้รับคดีเป็นคดีแบบกลุ่มจากกรณีที่ตัวแทนของ 5 หมู่บ้าน ในจังหวัดอุดมมีชัย ประเทศกัมพูชา ฟ้องอ้างว่า บริษัทผลิตน้ำตาลของไทย ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยในการไต่สวนคดี มีผู้แทนสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งเข้าร่วมสังเกตการณ์ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ กล่าวว่า ตนเองมีความมั่นใจเชื่อว่าศาลไทยจะให้การคุ้มครองแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้ฟ้องคดีไม่ได้เป็นเพียง 1-2 ครอบครัว แต่เป็นตัวแทนชาวบ้านใน จ.อุดรมีชัย กัมพูชา จำนวนถึง 700 ครอบครัว ใน 5 หมู่บ้าน ความหวังที่จะได้รับการเยียวยา ทั้งนี้ ในวันนี้ได้มีการสืบพยานไป 3 ปาก โดยศาลแจ้งว่า เป็นการไต่สวนว่าคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่มตามกฎหมายหรือไม่ โดยจะใช้เวลาอีก 2 วันรวมเป็น 3 วัน ส่วนจะมีการกระทำละเมิดสิทธิของชาวบ้านหรือไม่คงเป็นชั้นต่อไป “คดีนี้มีการร้องเรียนว่ามีการละเมิดสิทธิต่อผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด หากต้องเดินทางมาฟ้องคดีด้วยตัวเองทั้งหมด ก็ยุ่งยากสำหรับเขา เราเห็นว่าคดีนี้น่าจะเป็นคดีแบบกลุ่มได้เพราะเป็นเหตุการณ์ละเมิดสิทธิแบบเดียวกัน ในช่วงเดียวกัน จึงได้ร้องต่อศาลขอให้รับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีแบบกลุ่ม” นางสาว ส.รัตนมณี กล่าว
ทั้งนี้การไต่สวนครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรที่ยากจน จากประเทศกัมพูชาประมาณ 700 ครอบครัว ต้องการแสวงหาการเยียวยาความเสียหายจากการอ้างว่า บริษัท ผลิตน้ำตาลในไทย เข้าแย่งชิงที่ดินจากพวกเขาเพื่อทำการปลูกสวนอ้อยที่ดำเนินการโดยบริษัทที่ได้รับสัมปทานในประเทศกัมพูชา) ซึ่งเป็นตัวแทนและบริษัทในเครือของบริษัทผลิตน้ำตาลในประเทศไทย
นางสาว ส.รัตนมณี กล่าวว่าการไต่สวนเกิดจากการที่โจทก์ในคดียื่นคำร้องขอให้รับคดีนี้ไว้พิจารณาเป็น “คดีแบบกลุ่ม” ซึ่งการรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีแบบกลุ่มนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่า ครอบครัวที่ถูกละเมิดสิทธิทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาร่วมกับคดีนี้ด้วย แต่หากปราศจากการดำเนินคดีแบบกลุ่มแล้วจะมีครอบครัวชาวบ้านมากมายที่จะสูญเสียโอกาสการเข้าถึงความยุติธรรม ซึ่งการดำเนินคดีแบบกลุ่มนี้เป็นกระบวนพิจารณาที่จะถูกกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินคดีแพ่งทั่วไปที่จะต้องมีคนจำนวนมากมาฟ้องคดี อีกทั้ง คดีนี้เป็นการฟ้องคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ข้ามพรมแดน คดีแรกในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการฟ้องคดี ซึ่งกฎหมายพิจารณาคดีว่าด้วยการฟ้องคดีแบบกลุ่มเพิ่งมีการนำมาใช้ในระบบกฎหมายประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา
ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีรายหนึ่งกล่าวว่า เดินทางมาศาลในวันนี้ไม่รู้สึกตื่นเต้นนัก เพราะได้ต่อสู้เรื่องที่ดินที่ถูกยึดไปมาอย่างยาวนาน จนเคยติดคุกมาแล้ว ต้องคลอดลูกในคุก ที่เป็นผู้ฟ้องคดีในครั้งนี้ก็เพราะเราเป็นเหยื่อ เรามาพูดความจริง ความเดือดร้อนที่เราต้องเผชิญ ก็ไม่ได้กลัวอะไร ——————–

ติดตามข่าวสารและความรู้ทางกฎหมายเพิ่มเติมได้ทาง

Line@ https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

 

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581