deep listening หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการโน้มน้าวคู่กรณี

ในคดีข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คคดีหนึ่ง หลังจากทำการไต่สวนมูลฟ้องและศาลมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว เมื่อถึงวันนัดสอบคำให้การจำเลย ตัวจำเลยซึ่งเป็นผู้เคยทำธุรกิจร่วมกับโจทก์ มาศาลพร้อมกับถือหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมาด้วยตนเอง แอบๆมองเดาว่าจำเลยยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามา

โดยในคดีดังกล่าว แม้ศาลจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว แต่ก็มีปัญหาข้อกฎหมายติดขัดบางประการอันเป็นอุปสรรคของโจทก์ที่ซ่อนอยู่ คือ อายุความ!! ในขณะนั้นจึงคิดหาทางออกว่า ทำยังไงดีที่จะโน้มน้าวจำเลยได้สำเร็จอย่างแนบเนียน!!

อยากได้ต้องให้ก่อน ในวันนัดสอบคำให้การในวันนั้น มีสิ่งที่คู่ความต้องทำหลักๆ 2-3 เรื่องคือ การยื่นคำให้การของจำเลย การสอบถามว่าจำเลยมีทนายความและประสงค์ที่จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาต่อสู้คดีหรือไม่ รวมถึงการ ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณา เห็นว่าในคดีนั้นยอดหนี้ตามเช็คไม่สูงมาก ประกอบกับการที่จำเลยมาศาลในวันนัดสอบคำให้การแสดงให้เห็นว่าจำเลยนั้นไม่มีพฤติการที่จะหลบหนี อีกจำเลยเคยทำธุรกิจร่วมกันกับโจทก์มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงมีช่องทางที่เปิดให้ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจปล่อยตัวชั่วคราวโดยจำเลยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ได้ แม้ฝ่ายโจทก์จะขอคัดค้านอย่างไรเสียในสุดจำเลยก็ได้ประกันอยู่ดี!! สู้เอาเงินที่จะต้องวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวมาชำระหนี้ให้โจทก์เสียดีกว่า

จึงเริ่มเปิดดีลเจรจาโดยการยื่นมือเป็นผู้ให้ก่อน เริ่มจากการแนะนำตัวและประสานเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ พร้อมยื่นให้ความร่วมมือเบื้องต้นในการแถลงไม่คัดค้านที่จำเลยจะขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว เมื่อเป็นฝ่ายให้ก่อนจึงเป็นการเริมต้นที่ดีและทำให้จำเลยเปิดใจ เมื่อเริ่มต้นดีการเจรจาในฉากตัดไปก็ค่อยเริ่มขึ้น

โดยใช้หลักการ deep listening คือ เป็นผู้ฟังมากกว่าๆ สอบถามปัญหาและข้อขัดข้องของจำเลยว่ามีปัญหาทางธุรกิจอย่างไรจึงไม่สามารถชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ได้ เพื่อให้จำเลยระบายพร้อมกับเสนอทางออกมาก่อน ดังนั้นการฟังอย่างเข้าใจจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าไปนั่งอยู่ในใจของคู่กรณีและสามารถทำให้คู่กรณีวางใจเพื่อที่จะได้โน้มน้าวให้คล้อยตามได้ดีกว่าการบีบบังคับโดยเป็นฝ่ายพูด ซึ่งหากทนายความโจทก์เป็นฝ่ายพูด เป็นฝ่ายวางแนวทางและเป็นฝ่ายบีบคั้นเสียก่อน จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจก็คงปิดใจที่จะรับฟังตั้งแต่ต้น แล้วคงจบลงที่การยื่นคำให้การปฏิเสธ แต่งตั้งทนายความพร้อมกับนัดสืบพยาน !!

แต่อย่างไรก็ดีจุดประสงค์ในขณะนั้น คือ ต้องการวางแนวทางให้จำเลยตัดสินใจไปตามแนวทางที่เราต้องการ ปัญหาที่ยากก็คือ ทำอย่างไรดีให้จำเลยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ คำตอบคือ ต้องให้จำเลยเลือกทางออกเอง โดยนำเสนอในข้อเสียมากกว่าข้อดี

เช่น ความเสี่ยงในการมีโทษจำคุก ระยะเวลาจำนวนครั้งที่ต้องใช้ในการเดินทางมาศาล รวมถึงค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่จะต้องใช้ในคดีไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางค่าเสียเวลาค่าหลักทรัพย์ในการประกันตัวรวมถึงค่าทนายความ ซึ่งในที่สุดเมื่อเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปแล้ว ยังไงเสียก็จะต้องชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ อยู่ดี โดยต้องให้จำเลยเป็นคนเลือกทางออกด้วยตัวตนเองซึ่งเป็นทางออกที่เป็น multiple Choice คือมีทางที่ 1 และทางที่ 2 เท่านั้น เหตุที่ต้องให้จำเลยเป็นฝ่ายเลือกเองเนื่องจาก มนุษย์ทุกคนไม่อยากถูกบังคับอยากจะดีไซน์ชีวิตและทางเลือกด้วยตนเองทั้งสิ้น และจะมีความรู้สึกดีกว่าการถูกบังคับและเลือกเส้นทางให้

ดีลใกล้จบ แต่ยอดยังต่างกันนิด ถ้ายอดห่างกันเยอะราวฟ้ากับเหวก็คงไปต่อไม่ไหวและปิดจ้อบเลิกคุย เนื่องจากกลัวเสียชื่อและเกรงตัวความจะเข้าใจผิดเช่นกัน แต่ว่ายอดห่างกันไม่มาก จึงหันมาทำความเข้าใจกับโจทก์ให้เห็นถึงข้อดีอาทิเช่น ความเสี่ยงในคดีเรื่องข้อกฎหมาย ระยะเวลา อีกทั้งในการที่จำเลยจะชดใช้เงินนั้นด่านแรกที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติคือให้การรับสารภาพก่อนแม้ภายหลังจะผิดนัดหรืออาจจะน้อยไปก็ตาม ยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดี

จบดิวจำเลยให้การรับสารภาพ โดยขอผ่อนชำระเงิน ให้แก่โจทก์ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันได้ จำหน่ายคดีชั่วคราว หากจำเลยชำระเงินครบให้โจทก์มาถอนฟ้องหรือถือว่าเป็นการถอนฟ้องไปในตัว หากจำเลยผิดนัดให้โจทก์มายกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ เซ็นรายงานกลับบ้านคนทำงานก็โล่งอก เพราะถ้าสืบคงลุ้นดี

บางส่วนในการทำงานข้างต้นจะเห็นได้ว่าศิลปะในการทำงานด้านกฎหมายนอกจากข้อกฎหมายที่จะต้องแม่นยำเห็นภาพโครงสร้างทั้งหมดแล้ว ศาสตร์รวมถึงความรู้อื่นก็มีความจำเป็นไม่น้อยกว่ากันเช่นด้าน Psychology ซึ่งอาจทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายก็ได้อยู่ที่จังหวะและโอกาสด้วย

ลองปรับใช้กันดูครับ ทั้งนี้สิ่งที่ยากไม่แพ้กันก็คือ ต้องทำความเข้าใจกับลูกความให้ดีเพราะบางทีแอ็คชั่นที่ออกไปอาจจะทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าทนายความเพื่อประโยชน์กับคู่กรณีฝ่ายตรงข้ามก็ได้ นี้คือปัญหาที่สำคัญกว่า !!!

ผู้เขียน
ภูดิท โทณผลิน
22 ตุลาคม 2562

ติดตามข่าวสารความรู้ทางกฎหมายได้ทางไลน์แอด

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581