#8เหตุผลที่จะทำให้ศาลรอการลงโทษจำเลย

ในคดีอาญานั้น บางข้อหาเป็นความผิดต่อส่วนตัว จำเลยกับผู้เสียหายหรือโจทก์อาจจะตกลงกันเพื่อเยียวยาชดใช้ความเสียหายและสามารถดำเนินการถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์ไปได้ แต่ในบางข้อหาที่ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้นั้นแต่จำเลยก็ยังมีวิธีที่สามารถดำเนินการเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการรอการลงโทษจำเลย หรือลดโทษได้ ดังนี้

1. #เยียวยาความเสียหายจนเป็นที่พอใจ ในคดีอาญาที่การกระทำความผิดของจำเลย กระทบต่อบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย เงื่อนไขหลักที่ศาลจะใช้เป็นดุลพินิจสำคัญในการรอการลงโทษของจำเลยนั้นคือการชดใช้ เยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายพอใจ หรือชดใช้ความเสียหายตามสมควร เช่นในคดีลักทรัพย์หากจำเลยได้คืนทรัพย์หรือชดใช้ราคาทรัพย์แล้ว คดีประมาททำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต และจำเลยได้เยียวยาชดใช้ความเสียหายจนผู้เสียหายหรือทายาทของผู้ตายไม่ติดใจดำเนินคดีแล้ว แบบนี้มีโอกาสที่ศาลจะใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยมากขึ้น

ส่วนในกรณีที่ จำเลยประสงค์ที่จะเยียวยาความเสียหาย แต่จำนวนเงินยังไม่เป็นที่พอใจของผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ควรจะต้องวิเคราะห์ โดยการคำนึงถึงค่าเสียหายที่ตนได้วางเพื่อชดใช้นั้นสอดคล้องและสมเหตุสมผลกับความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลอาจใช้ดุลพินิจตรงนี้ในการรอการลงโทษจำเลยได้เช่นกัน

2 #จำเลยได้กระทำการอันเป็นประโยชน์แก่กระบวนการพิจารณาคดี กล่าวคือการให้การรับสารภาพเพื่อทำให้เป็นประโยชน์แก่กระบวนพิจารณาคดีนั้นเอง นอกจากนี้อาจชี้หรือแสดงให้เห็นว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนรวมถึงการให้การอันเป็นประโยชน์แก่คดีด้วย ลักษณะเช่นเดียวกับกรณีตามพรบ.ยาเสพติดมาตรา 100/2 นั่นเอง

ซึ่งหากเป็นคดีที่มีการกระทำความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญารายละเอียดการให้การอันเป็นประโยชน์ในส่วนนี้หากจำเลยให้การรับสารภาพก็จะปรากฏอยู่ในสำนวนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องนำสืบขยายผลอย่างเช่น ตามที่กำหนดไว้ได้เพราะยาเสพติด

3 #สืบเสาะความประพฤติ หากจำเลยมั่นใจว่าตนเองมีสภาพแวดล้อม ทั้งในการศึกษา การทำงาน สุขภาพ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวที่เห็นว่าเป็นประโยชน์และศาลอาจเมตตาใช้ดุลพินิจรอการลงโทษได้ ก็ควรทำคำร้องขอให้ศาลสั่งสืบเสาะความประพฤติของจำเลยก่อนมีคำพิพากษาได้ ซึ่งเจ้าหน้างานฯจะทำบันทึกไปตามความจริงและอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบดุลพินิจที่ศาลจะรอการลงโทษจำเลยได้
แต่หากจำเลยไม่มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมของตนนั้นจะเป็นประโยชน์หรือไม่ก็ไม่ควรทำในส่วนนี้

4 #จำเลยไม่เคยมีประวัติในการกระทำความผิดมาก่อน ในส่วนของคดีอาญาที่มีอัตราโทษไม่สูงนักและไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดที่กระทบ ต่อคนในส่วนมากนั้น เมื่อจำเลยกระทำความผิดครั้งแรก มักมีโอกาสที่ศาลจะรอการลงโทษสูงกว่าบุคคลที่กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกซึ่งหากในสำนวนการฟ้องของพนักงานอัยการหากไม่ปรากฏประวัติการกระทำความผิดของจำเลย จำเลยก็สามารถยกข้อเท็จจริงในส่วนนี้ขึ้นแสดงให้ศาลเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยได้

5 #ปัญหาด้านสุขภาพ ในกรณีคดีอาญาที่โทษไม่สูงความผิดไม่ร้ายแรง องค์ประกอบอีกส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยได้ ก็คือในเรื่องของสุขภาพของจำเลย หากเห็นว่าการที่จะลงโทษจำคุกจำเลยนั้นจะเป็นผลเสียหรืออันตรายต่อสุขภาพซึ่งอาจถึงขั้นแก่ชีวิตได้นั้น จำเลยสามารถยกขึ้น เพื่อเป็นเหตุผลประกอบได้ทั้งนี้ควรมีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือเช่นใบรับรองแพทย์

6 #ความเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ ในกรณีที่จำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เป็นผู้ทำงานหาเลี้ยงดูบุคคลอื่นในครอบครัว แม้กระทั่งกรณีที่ครอบครัวมีภาระหนี้สินจำนวนมากและการลงโทษจำคุกจำเลยอาจจะให้เกิดผลเสียนอกจากตัวจำเลยแล้วยังกระทบไปยังครอบครัวนั้นก็อาจยกมาเป็นเหตุปัจจัยรองเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษได้โดยเหตุผลดังกล่าวนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ความผิดไม่ร้ายแรงหรือผ่านการเยียวยาผู้เสียหายตามสมควรแล้วเช่นกัน

7 #ทำคำแถลงประกอบคํารับสารภาพเพื่อการลงโทษสถานเบา ในกรณีที่จำเลยมีเหตุผลดังกล่าวข้างต้นเพื่อที่จะให้ศาลใช้ดุลยพินิจรอการลงโทษ นั้นจำเลยควรจะเรียบเรียงเป็นคําแถลงประกอบคํารับสารภาพ เพื่อขอให้ลงโทษในสถานเบาหรือรอการลงโทษ โดยให้ทำในแบบฟอร์มคำร้อง ซึ่งจำเลยสามารถเขียนบรรยายเองหรือจะให้ทนายความเขียนให้ก็ได้ โดยในข้อเท็จจริงที่ยกขึ้นอ้างนั้นควรมีเอกสารประกอบเสมอ อย่างเช่นหากยกข้ออ้างเรื่องปัญหาด้านสุขภาพ ก็ควรจะมีใบรับรองแพทย์ประกอบในคำแถลงดังกล่าวด้วย โดยควรยื่นคำแถลงดังกล่าวในเวลาตามสมควรเพื่อให้ผู้พิพากษามีโอกาสได้อ่านคำแถลงนั้นก่อนที่จะเขียนคำพิพากษา

8 #ดูอัตราโทษและความร้ายแรงของข้อหาประกอบ ในกรณีที่ศาลจะใช้ดุลพินิจรอการลงโทษหรือไม่ให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา นั้นจะต้องดูข้อหาและความร้ายแรงในการกระทำของจำเลยประกอบด้วย ซึ่งหากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หรือกระทบต่อบุคคลจำนวนมากโอกาสที่จะรอการลงโทษนั้นก็จะมีน้อยอาจจะทำได้แค่เพียงให้ศาลลดโทษลงเท่านั้นทั้งนี้อยู่ที่ข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์แต่ละคดี

โดยคำแนะนำดังกล่าวเบื้องต้นนั้นอยู่ที่พฤติการณ์กระทำรวมถึงประวัติของจำเลยประกอบด้วย และรวมถึงการเยียวยา ผู้เสียหายของจำเลยเป็นหลัก แต่หากในกรณีศาลชั้นต้นใช้ดุลยพินิจไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยก็ยังมีโอกาสที่จะอุทธรณ์เพื่อขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษหรือรอการลงโทษจำเลยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้

ผู้เขียน
ภูดิท โทณผลิน
30 ตุลาคม 2562

ติดตามข่าวสารความรู้ทางกฎหมายได้ทางไลน์แอด

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581