#7คำแนะนำในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

ในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้น จัดเป็นการดำเนินคดีประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่าคดีไม่มีข้อพิพาท โดยผู้ร้องหรือทายาทที่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองโดยคำแนะนำของนิติกรศาล หรือพนักงานอัยการจังหวัด รวมถึงสามารถให้ทนายความเป็นผู้จัดทำคำร้องยื่นต่อศาลได้ ทั้งนี้คำแนะนำเบื้องต้นในการเตรียมเอกสาร หรือยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นเบื้องต้น มีดังนี้

1. #เขตอำนาจศาล ในคดียื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นโดยหลักจะยึดถือเขตอำนาจศาลก็คือภูมิลำเนาของผู้ตาย คือภูมิลำเนาตามรายการทะเบียนราษฎร์หรือตามบัตรประจำตัวประชาชนนั้นเอง โดยต้องยื่นต่อศาลจังหวัดที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่
ทั้งนี้สถานที่เสียชีวิตหรือสถานที่รักษาตัวเช่น โรงพยาบาลที่ผู้ตายเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานไม่ถือเป็นภูมิลำเนา เพราะเป็นเพียงสถานที่รักษา

2. #จัดเตรียมเอกสาร เอกสารในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยสรุปสำคัญจะมีดังนี้

    • ใบมรณะบัตรของเจ้ามรดก
    • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย
    • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้องตั้งผู้จัดการมรดก
    • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของบรรดาทายาทของผู้ตาย
    • สำเนาใบมรณะบัตรของ ทายาทอื่นของผู้ตาย เช่นหากบิดามารดาของผู้ตายได้เสียชีวิตไปก่อน ก็ควรจะเตรียมสำเนาใบมรณะบัตรของบิดามารดาของผู้ตายด้วย
    • บัญชีเครือญาติ ( Family Tree ) เป็นเอกสารที่เขียนบรรยายถึงสเต็ปของทายาทของผู้ตายโดยหลังจากนิยมเขียน 3 อันดับคืออันดับบิดามารดาของผู้ตาย อันดับคู่สมรสของผู้ตาย ระดับทายาทของผู้ตายเช่นบุตร โดยเป็นการเขียนบรรยายให้เห็นถึงจำนวนของทายาทของผู้ตายที่มีอยู่ตามความเป็นจริง
    • รายการทรัพย์สินของผู้ตายเช่น โฉนดที่ดิน คู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ หรือ สมุดบัญชีธนาคารเป็นต้น
    • หนังสือให้ความยินยอม กรณีผู้ตายมีทายาทอื่นอยู่ ในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกผู้ร้องควรทำหนังสือยินยอมจากทายาทอื่นเพื่อประกอบการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกด้วย ซึ่งจะทำให้การร้องตั้งผู้จัดการมรดกเป็นไปได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อความลักษณะยินยอมให้ผู้ร้องดำเนินการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกแทน

3 #การจัดทำคำร้อง ในส่วนของการจัดทำคำร้องนั้นจะสามารถสร้างคำร้องด้วยตนเองโดยศึกษาแบบฟอร์มการเขียนคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งสามารถค้นหาง่ายในอินเตอร์เน็ต หรือจะขอคำแนะนำจากนิติกรของศาลจังหวัดนั้นๆ หรือสำนักงานอัยการจังหวัดนั้นๆก็ได้ หรือหากคดีที่มีการจัดการมรดกที่มีความซับซ้อนจะมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ยื่นคำร้องก็ได้

โดยในการร่างคำร้องนั้น จะต้องมีเอกสารดังกล่าวตามข้อ 2 ประกอบในท้ายคำร้องด้วยพร้อมกับยื่นบัญชีระบุพยานและทำเป็นสำเนาเพื่อยื่นต่อศาล

4 #การยื่นคำร้องต่อศาลและการชำระค่าธรรมเนียม เมื่อทำชุดคำร้อง พร้อมเอกสารประกอบเพื่อยื่นต่อศาลแล้วผู้ร้องสามารถดำเนินการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลโดยชำระค่าธรรมเนียมคำร้องจำนวน 200 บาทโดยในปัจจุบันไม่ต้องดำเนินการประกาศหนังสือพิมพ์แล้วใช้ระบบประกาศทางระบบออนไลน์จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการประกาศหนังสือพิมพ์แล้วเป็นการสะดวกและประหยัดแก่คู่ความยื่นคำร้องด้วยตนเอง

ในวันที่ยื่นคำร้องนั้นผู้ร้องจะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของศาลว่าจะดำเนินการไต่สวนในวันใดแล้วจดบันทึกวันดังกล่าวเอาไว้เพื่อจัดเตรียมเอกสารและเตรียมตัวเพื่อมาไต่สวนตั้งผู้จัดการมรดกในวันที่ลงนัดไว้ต่อไป

5 #ตามคำสั่ง หลังจากยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกแล้วควรติดตามคำสั่ง โดยโทรไปที่เบอร์โทรติดต่อที่เจ้าหน้าที่ศาลให้ไว้ เพื่อสอบถามว่าคำร้องที่ยื่นไปนั้นมีข้อบกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดอย่างไร หรือศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้แล้วหรือไม่อย่างไร เพื่อหากมีข้อบกพร่องจะได้รีบดำเนินการแก้ไขก่อนวันไต่สวนคำร้อง

6 #เตรียมตัวไต่สวนคำร้อง ก่อนถึงวันไต่สวนคำร้องผู้ร้องควรจะเตรียมเอกสารตัวจริงทั้งหมด ให้ตรงตามชุดเอกสารที่แนบท้ายคำร้องโดยถ่ายสำเนา ไป 1 ชุด เพราะในขณะที่ไต่สวนคำร้องจะต้องทำการเทียบทั้งเอกสารต้นฉบับและสำเนาว่าตรงกันหรือไม่และเมื่อทำการไต่สวนคำร้องเสร็จศาลจะทำการคืนต้นฉบับให้แก่ผู้ร้อง
และควรจัดเตรียมคำเบิกความในชั้นไต่สวนคำร้องด้วยโดยเนื้อหาถ้อยคำจะเหมือนกับเนื้อหาในคำร้อง เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่ในแบบฟอร์มคำเบิกความซึ่งมีให้ดาวน์โหลดในอินเตอร์เน็ต ( มีข้อสังเกตคือเนื้อหาถ้อยคำบางส่วนจะต้องเปลี่ยนจาก ผู้ร้องเป็น ข้าพเจ้า และ เปลี่ยนจากเอกสารท้ายคำร้อง เป็นเอกสารหมาย ร. )

7 #คัดถ่ายคำสั่ง หลังจากที่ทำการไต่สวนและศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแล้วในบางพื้นที่ศาลจะอำนวยความสะดวกโดยการสามารถคัดถ่ายคำร้องได้ในวันนั้น แต่บางสถานที่เป็นจังหวัดใหญ่ มีคดีจำนวนมากผู้ร้องอาจจะต้องมาตามและคัดถ่ายคำสั่งในวันถัดถัดไป

นอกจากนี้สำนักงานที่ดินบางพื้นที่นอกจากจะต้องใช้คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ยังจะต้องใช้หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดด้วยโดยสามารถทำการคัดถ่ายภายหลังจากที่คดีถึงที่สุดแล้วคือเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์

คำแนะนำดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นที่สามารถยื่นคำร้อง ดำเนินการไต่สวนเพื่อตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง สำหรับในกรณีคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน แต่หากคดีที่มีทายาทอื่นเป็นผู้คัดค้าน คดีจะถือว่าเป็นคดีที่มีข้อพิพาทและ ต้องทำการดำเนินคดีไปอย่างคดีมีข้อพิพาท ต่อไป ซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่าการดำเนินคดีฝ่ายเดียว

ผู้เขียน
ภูดิท โทณผลิน
1 พฤศจิกายน 2562

ติดตามข่าวสารความรู้ทางกฎหมายได้ทางไลน์แอด

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581