#6วิธีรับมือเมื่อถูกฟ้องคดีแพ่ง

วันนี้ขอเขียนคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ได้รับ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีแพ่ง ว่าเบื้องต้นสามารถดำเนินการตามกระบวนการอย่างไรได้บ้าง

1. #ตรวจสอบว่าเป็นคดีแพ่งประเภทใด
ในส่วนของคดีแพ่งนั้นยังแบ่งย่อยอีกหลายประเภทเช่น คดีแพ่งสามัญ คดีมโนสาเร่ คดีผู้บริโภคเป็นต้น ซึ่งจะมีผลแตกต่างกันในเรื่องของกำหนดระยะเวลายื่นคําให้การ โดยวิธีการป้องกันความผิดพลาดที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนทั่วไปคือให้โทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ศาล ตามเบอร์โทรที่ให้ไว้ในหน้าหมายเรียกนั้น จะสอบถามว่าคดีที่ได้รับนั้น เป็นคดีประเภทใดและครบกำหนดยื่นคำให้การเมื่อไหร่

2 #ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง
ประการต่อมาหลังจากที่ได้ทราบว่าตนได้ถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งประเภทใดแล้วมีกำหนดที่จะต้องยื่นคำให้การเมื่อไหร่แล้ว ก่อนที่จะนำสำนวนคดีเข้าไปพบทนายความที่ไว้วางใจ ควรจะอ่านเนื้อหาใจความในคำฟ้องว่ามีข้อเท็จจริงใดในคำฟ้องที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น กรณีถูกฟ้องคดีแพ่งเป็นการผิดสัญญากู้ยืมเงิน ในยอดเงินที่สูงกว่าการเป็นหนี้จริง ผู้ถูกฟ้องคดีควรจะรวบรวมข้อเท็จจริงว่าเหตุใดยอดเงินจึงไม่ตรง เช่น ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน หรือว่ายอดเงินไม่ตรงตามสัญญา เพื่อจะได้ดำเนินการยื่นคำให้การ หรือปรึกษาทนายความที่ไว้วางใจต่อไป

3. #ตรวจสอบเอกสารท้ายคำฟ้อง
หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบเนื้อหาในคำฟ้องแล้ว ลำดับถัดมาควรจะต้องตรวจในส่วนของเอกสารท้ายคำฟ้องเบื้องต้น เช่น สัญญาต่างๆ ที่ฝ่ายโจทก์ได้แนบมาท้ายคำฟ้องนั้นว่าเป็นสัญญาที่ทำการถูกต้องหรือไม่ยอดเงินตรงหรือไม่ รวมถึงรายมือชื่อเป็นชื่อของผู้ถูกฟ้องคดีจริงหรือไม่ หรือหากมีพยานเอกสาร หรือพยานบุคคลใด ที่สามารถโต้แย้งความไม่ถูกต้องของเอกสารท้ายคำฟ้อง ดังกล่าวก็ควรรวบรวมแล้วลิสรายการเอาไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะยื่นให้ทนายความได้ดำเนินการยื่นคำให้การต่อไป

4. #ตรวจสอบบัญชีระบุพยาน
บัญชีระบุพยานคือเอกสารที่เป็นตาราง อยู่หน้าสุดท้ายของชุดสำเนาคำฟ้อง โดยควรสังเกตรายชื่อไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสารรวมถึงพยานบุคคล ว่าพยานบุคคลที่ฝ่ายโจทก์อ้างเป็นพยานนั้น เป็นพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์จริงหรือไม่ หรือมีข้อสังเกตที่เป็นพิรุธในคดีอย่างไร เพื่อนำแจ้งข้อสังเกตดังกล่าวให้ทนายความเจ้าของสำนวน ดำเนินการเตรียมแนวทางในการสืบพยาน รวมถึงการซักค้านพยานปากดังกล่าวต่อไป

5. #เรียบเรียงเอกสารเพื่อชี้แจงในประเด็น
ประการต่อมาหลังจากที่ได้เห็นคำฟ้องและเอกสารท้ายคำฟ้องของฝ่ายโจทก์แล้ว หากผู้ถูกฟ้องคดีมีเอกสารใดที่จะสามารถอธิบายคำฟ้องของโจทก์รวมถึงโต้แย้งคัดค้านคำฟ้อง ควรรวบรวมพร้อมทั้งทำคำอธิบายโดยสารต่างๆ พร้อมทั้งถ่ายเอกสารสำเนาไว้เพื่อพร้อมที่จะส่งมอบทนายความ โดยความสำคัญคือการอธิบายลิสรายการความหมายเพื่ออธิบายสเต็ปเอกสารต่างๆให้ผู้รับผิดชอบคดีเข้าใจโดยง่าย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการวางรูปคดีต่อไป

6. #ให้ข้อมูลพยานบุคคล
หลังจากที่ได้จัดเตรียมพยานเอกสารดังกล่าวแล้ว หากผู้ถูกฟ้องคดี มีพยานบุคคลที่สำคัญ ที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ในคดีสามารถรวบรวม ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ พร้อมกับข้อเท็จจริงที่พยานคนต่างๆ ได้รับรู้รับเห็น เพื่อให้ทนายความเจ้าของสำนวนได้กลั่นกรองว่าพยานบุคคลใดจะเป็นประโยชน์แก่คดี

ส่วนการขอความร่วมมือพยานเพื่อมาให้การในชั้นศาลนั้นควรดูความสะดวกเบื้องต้น ว่าพยานมีความจำเป็นจะต้องขอหมายเรียกหรือไม่ เพื่อให้ทนายความและเตรียมตัวออกหมายเรียกพยานต่อไป

คำแนะนำดังกล่าวเป็นคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อเตรียมคดี และข้อมูลเบื้องต้น ดังนั้นเมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยเฉพาะคดีแพ่ง ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ต้องตกใจเพราะว่าไม่ใช่การบังคับกับเนื้อตัวร่างกายอย่างเช่นในคดีอาญา เพียงแต่อาจมีประเด็นที่กระทบต่อทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ ควรตั้งสติแล้วค่อยๆ หาพยานเอกสาร รวมถึงพยานบุคคลเพื่อโต้แย้งประเด็นดังกล่าวในฟ้อง แต่ทั้งนี้หากฟ้องโจทก์เป็นไปตามมูลหนี้จริง การเจรจาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ ทำให้สามารถจบข้อพิพาทลงด้วยดี

ผู้เขียน
ภูดิท โทณผลิน
4 พฤศจิกายน 2562

ติดตามข่าวสารความรู้ทางกฎหมายได้ทางไลน์แอด

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581