#6คำแนะนำเมื่อได้รับคำฟ้องในคดีอาญา

ในกาดำเนินคดีอาญานั้น สามารถดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวนโดยอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง หรือผู้เสียหายให้ทนายความดำเนินการยื่นฟ้องคดีเองก็ได้ โดยในการถูกดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวนนั้นตัวจำเลยจะทราบรายละเอียด ตั้งแต่ถูกหมายเรียกของพนักงานสอบสวน แต่ในส่วนของกรณีโจทก์ยื่นฟ้องคดีเองนั้นตัวจำเลยหรือผู้ถูกฟ้องคดีจะทราบต่อเมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีอาญา โดยมีคำแนะนำเบื้องต้นกรณีได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีอาญา ดังนี้

1. #ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง
ในการดำเนินคดีอาญา จะแตกต่างกับในส่วนของคดีแพ่ง กล่าวคือ กรณีคดีอาญาที่โจทก์เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีเอง จะต้องมีขั้นตอนการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ดังนั้น นัดแรกคือนัดไต่สวนมูลฟ้องนั้นตัวจำเลยจะไม่ไปศาล แต่มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการซักค้านแทนก็ได้ หลังจากที่ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยจึงค่อยยื่นคำให้การ จึงมีความแตกต่างกับในคดีแพ่งซึ่งหลังจากที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีแพ่งนั้น จำเลยจะต้องดำเนินการยื่นคำให้การภายในกำหนด ตามแต่ละประเภทคดี

ดังนั้นเบื้องต้นในการเตรียมตัวเมื่อถูกดำเนินคดีอาญา ควรจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง ว่ามีท่อนใดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และมีเอกสารใดที่จะสามารถโต้แย้งคัดค้านทำลายน้ำหนัก ตามคำฟ้องของโจทก์ได้ เพื่อเตรียมส่งมอบให้ทนายความเป็นข้อมูลประกอบการซักค้านในวันแต่งสวนมูลฟ้องต่อไป

2. #ตรวจสอบเอกสารท้ายคำฟ้อง
ในการยื่นฟ้องคดีอาญานั้นกรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์มักจะไม่มีเอกสารท้ายคำฟ้อง แต่จะส่งเอกสารประกอบการสืบพยานที่เรียกกันติดปากว่า “หมาย จ.” ในวันนัดกำหนดประเด็นหรือนัดพร้อม ส่วนในกรณีที่โจทก์เป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องคดีเองนั้น มีทั้งกรณีที่โจทก์ยื่นเอกสารท้ายคำฟ้องมาพร้อมกับคำฟ้อง และมีทั้งแบบที่โจทก์ไม่ได้ยื่นเอกสารแนบท้ายคำฟ้องมาในคำฟ้อง

โดยหากโจทก์ได้ยื่นเอกสารแนบท้ายคำฟ้องมาพร้อมกับคำฟ้องด้วย เบื้องต้นควรตรวจสอบว่ามีเอกสารใดที่ สามารถอธิบายรายละเอียด เพื่อเป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลยหรือมีเอกสารใดที่จะมาโต้แย้งคัดค้าน พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารด้วยว่า เป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้องอย่างไรเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง ให้ทนายความประกอบการถามค้านในวันไต่สวนมูลฟ้อง

3. #ตรวจสอบรายชื่อพยานบุคคลในบัญชีระบุพยาน
ลำดับถัดมาควรดูในบัญชีระบุพยาน ซึ่งเป็นตารางอยู่ในหน้าท้ายของชุดสำเนาคำฟ้อง ว่ามีพยานบุคคลใดที่จะมาให้การเป็นพยานให้แก่โจทก์ในวันไต่สวนมูลฟ้อง โดยควรทำรายละเอียดเป็นไทม์ไลน์แยกว่า พยานแต่ละคนนั้นรู้เห็นข้อเท็จจริงเรื่องใดบ้าง และจะมีพิรุธอย่างไรบ้าง เพื่อที่เวลาเตรียมข้อมูลให้ทนายความ จะได้เตรียมคำถามค้านได้ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ เพราะพยานแต่ละคนนั้นอาจจะรู้เห็นข้อเท็จจริงแตกต่างกัน คำถามค้านที่ทนายความจัดเตรียมในวันไต่สวนมูลฟ้อง สำหรับพยานแต่ละคนนั้น ก็จะต้องแตกต่างกันไปเช่นกัน

4. #กรณีเนื้อหาคำฟ้องมีข้อเท็จจริงที่เป็นความเท็จ
ในส่วนของเนื้อหาคำฟ้องหากมีข้อเท็จจริงท่อนใดท่อนหนึ่ง ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ควรวิเคราะห์ต่อไปว่า ในส่วนของข้อเท็จจริง ที่เห็นว่าเป็นความเท็จในคำฟ้องนั้น ฝ่ายจำเลยมีพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร พยานบุคคล ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวอย่างไรบ้าง เพื่อชั่งน้ำหนักก่อนที่จะด่วนใจร้อนไปแจ้งความ หรือดำเนินคดีกลับ ข้อหาฟ้องเท็จ

เพราะแม้จะเป็นสิทธิตามกฎหมายของจำเลย แต่หากพยานหลักฐานที่จะมายืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว นั้นยังไม่เพียงพอ การที่จะดำเนินคดีฟ้องกลับไปนั้น ก็อาจจะเป็นดาบสองคมที่สามารถถูกคู่กรณีฟ้องกลับเราได้เช่นกัน จึงควรวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ที่มีในมือว่าข้อเท็จจริงที่เห็นว่าเป็นความเท็จในคำฟ้องของโจทก์นั้น เรามีข้อโต้แย้งมากน้อยหรือมีพยานหลักฐานมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะดำเนินการฟ้องกลับหรือแจ้งความกลับ

5. #สิทธิของจำเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
ในคดีอาญาที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีเองนั้น จำเลยจะมาศาลหรือไม่มาศาลก็ได้ แต่ควรที่จะมอบหมายหรือแต่งตั้งให้ทนายความมาดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อถามค้าน แม้ในคดีอาญานั้นการไต่สวนมูลฟ้องนั้นจะเป็นการแค่ดูองค์ประกอบเบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้องนั้นมีมูลที่จะประทับรับฟ้องไว้หรือไม่เท่านั้น จะยังไม่ลงละเอียดว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่อย่างไรก็ตาม

แต่การให้ทนายความดำเนินการซักค้านในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นก็มีประโยชน์หลายประการ เช่น หากคำฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีละเอียดข้อเท็จจริงที่ศาลเห็นว่าไม่ใช่คดีอาญาแล้ว ศาลจะยกคำฟ้องของโจทก์ไปในชั้นนี้เลยก็ได้ อันจะเป็นประโยชน์แก่จำเลยคือ ไม่ต้องเข้ามาในคดีในสถานะจำเลย อีกทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประกันตัวในชั้นพิจารณาคดี

รวมทั้งสามารถล็อคข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ ไว้ตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ เนื่องจากหากได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ แม้เบื้องต้นศาลประทับรับฟ้องไว้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่ถามค้านไว้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง อาจเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ทำให้ศาลพิพากษายกฟ้องในชั้นพิจารณาคดีได้ ดังนั้นการถามค้านพยานของโจทก์ให้ได้ข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่คดีนั้น ไม่จำเป็นต้องถามให้ยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเสมอไป แต่สามารถถามค้านเพื่อล็อคข้อเท็จจริง อันเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาก็ได้

โดยในวันไต่สวนมูลฟ้องนั้น ขณะที่ทำการไต่สวนมูลฟ้องจำเลยสามารถเข้ามานั่งฟังและให้รายละเอียด หรือจดประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่ทนายความในวันไต่สวนมูลฟ้องก็ได้ ทั้งนี้ควรระมัดระวังหากศาล มีคำสั่งประทับรับฟ้องไปเลยในวันไต่สวนมูลฟ้องนั้น จำเลยก็ควรจะต้องเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ให้พร้อมเผื่อไว้ด้วย

6. #เตรียมข้อมูลเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัว
ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น แม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยจะยังไม่ต้องทำการประกันตัวก็ตาม แต่หากได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องไปแล้วศาลเห็นว่าคดีมีมูลและประทับรับฟ้อง ในนัดถัดไปจะเป็นนัดสอบคำให้การจำเลย ซึ่งจำเลยจะต้องมาศาลพร้อมกับเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ด้วยเนื่องจากเป็นคดีอาญา

ทั้งนี้ขั้นตอนการเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวเบื้องต้น คือนำสำเนาคำฟ้องไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศาลนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์และให้คำแนะนำในเรื่องของจำนวนหลักทรัพย์ที่ใช้ในการยื่นขอประกันตัว รวมถึงประเภทของหลักทรัพย์ต่างๆ ที่จำเลยสามารถนำมาใช้ประกันตัวได้ เพื่อที่จำเลยจะได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นหากศาลได้มีคำสั่งประทับฟ้องในคดีนั้น

ในส่วนของการถูกดำเนินคดีอาญานั้น เป็นคดีที่กระทบถึงสิทธิเสรีภาพของจำเลย และมีความสำคัญดังนั้นในการดำเนินกระบวนพิจารณาต่างๆจึงควรระมัดระวัง และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเท่านั้น ควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงกรณีที่จะดำเนินการแก้ต่างด้วยตนเอง และหวังว่าคำแนะนำเบื้องต้นจะเป็นไกด์ไลน์เพื่อเตรียมคดีเบื้องต้นให้แก่จำเลยที่ถูกฟ้องคดีอาญาได้ไม่มากก็น้อย

ผู้เขียน
ภูดิท โทณผลิน
6 พฤศจิกายน 2562

ติดตามข่าวสารความรู้ทางกฎหมายได้ทางไลน์แอด

https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581