ที่มาภาพ : https://www.brighttv.co.th/news/local/lopburi-teacher-shooting

#ผอ.ไม่มีความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์

ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มีข้อสังเกตุในการเรียกชื่อข้อหาดังนี้

#ข้อหาชิงทรัพย์ มาตรา ๓๓๙ ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะ
ใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ
(๑) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป
(๒) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
(๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
(๔) ปกปิดการกระทําความผิดนั้น หรือ
(๕) ให้พ้นจากการจับกุม

จะสังเกตุได้ว่าข้อหาชิงทรัพย์นอกจากมีองค์ประกอบเรื่องเจตนา และองค์ประกอบเรื่องลักทรัพย์แล้ว ยังต้องมีองค์ประกอบเกี่ยวกับการกระทำตาม (๑)-(๕) ด้วย จึงจะเป็นความผิดในข้อหาชิงทรัพย์ และข้อสังเกตอีกประการ คือไม่ได้ระบุจำนวนของผู้กระทำความผิดไว้

ซึ่งจะสอดคล้องเชื่อมโยงกับใน มาตรา ๓๔๐ ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทําความผิดฐานปล้นทรัพย์ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท ซึ่งเป็นความผิดในข้อหา #ปล้นทรัพย์

ข้อสังเกตก็คือต้องมีองค์ประกอบในฐานกระทำความผิดข้อหาชิงทรัพย์ ตามรายละเอียดย่อหน้าข้างตน และจะต้อง มีองค์ประกอบเพิ่มเติมคือ จะต้องมีบุคคลร่วมกันกระทำการคือร่วมกันชิงทรัพย์ตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป ดังนั้นกรณีของ ผอ. แม้เป็นการกระทำที่มีองค์ประกอบครบถ้วนตาม มาตรา ๓๓๙ (๑)-(๕) แล้วก็ตาม แต่ยังขาดองค์ประกอบตาม มาตรา ๓๔๐ ในเรื่องของจำนวนบุคคล จึงเป็นเพียงการชิงทรัพย์เท่านั้น

ส่วนกรณีที่สื่อต่างๆนำไปพาดหัวข่าวนั้น เป็นไปตามหลักการการเขียน Content ให้น่าดึงดูดและน่าสนใจ เพราะหากจะใช้คำที่ซอฟลง เช่น #ชิงทรัพย์ ในย่อหน้าแรกเป็นการพาดหัวข่าว อาจจะทำให้ความน่าดึงดูดในประโยคแรกน้อยลงและทำให้ผู้เข้าถึง Content หรือเนื้อหาบทความดังกล่าวมีน้อยลงเช่นเดียวกัน เพราะในหลักการเขียนข่าวและ Content ประโยคแรกต้องสะดุดตาและดึงดูด

บทความข้างต้น เป็นเพียงเกร็ดเล็กน้อยในส่วนข้อกฎหมาย

ภูดิท โทณผลิน
28/1/2563

ติดตามเทคนิคการเตรียมตัวสอบทนายความได้ทาง

Line@ >>> https://line.me/R/ti/p/%40kft2307m

 

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581