เมื่อวานทำการออกข้อสอบปลายภาค วิชาการว่าความศาลจำลองและการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย (LLB458) ร่วมกับอาจารย์เอ็ม นายอนุชา เนติบัณฑิต ต้องขอขอบคุณคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ที่ให้โอกาสผมทั้ง 2 ในการบรรยายวิชานี้

โดยได้ยกโครงข้อเท็จจริงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และผมได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือทางกฎหมายให้แก่ลูกความ ระดับความยากของข้อสอบ ทีมงานให้ความเห็นว่ายากกว่าการสอบทนายความภาคทฤษฎีเล็กน้อย

ทั้งนี้ ผมได้ให้ Concept ในการให้คะแนนและ ตัดคะแนนเช่นเดียวกับสำนักฝึกอบรมฯ สภาทนายความ พอได้มาเป็นผู้ออกข้อสอบและคำเฉลยเองจึงรู้ว่าการออกข้อสอบนั้นไม่ง่ายเลยครับ ข้อเท็จจริงจะต้องเป็นที่ยุติ ธงคำตอบจะต้องเคลียร์ชัดเจน

2 หน่วยกิต 4 ข้อ ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านโชคดีในการสอบ และมีเทคนิคหลักการเดียวในการเตรียมสอบใบอนุญาตทนายความมาแนะนำ และหวังว่าจะไม่พบข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้ในกระดาษคำตอบของนักศึกษาครับ

  • ในคำตอบข้อที่เป็นคำคู่ความเช่นคำฟ้อง คำร้อง คู่ความในคดีจะต้องใช้สรรพนามแทนเสมอเช่นโจทก์ จำเลย ผู้ร้อง จำเลยที่ 1 หรือจำเลยทั้งสามเป็นต้น อย่าใส่ชื่อนามสกุลของคู่ความเข้ามาในคำตอบ
  • ระวังว่า คู่ความในคดีแพ่งและคู่ความในคดีอาญานั้นย่อมมีข้อโต้แย้งสิทธิ์ต่างกัน ดังนั้นคู่ความในคดีแพ่งอาจไม่ใช่คู่ความในคดีอาญาตรงนี้ต้องสังเกตและระมัดระวัง
  • เมื่อพูดถึงคู่ความใด เช่นเมื่อพูดถึงจำเลยคนหนึ่งคนใด นักศึกษาจะต้องระบุว่าเป็นคนใดเสมอเช่น จำเลยที่ 1 เสมอ และหากเป็นการพูดถึงคู่ความ เช่นพูดถึงจำเลยทุกคนต้องศึกษาก็ต้องระบุต่อท้ายเสมอเช่น จำเลยทั้งสี่
  • เอกสารแนบท้ายคำคู่ความเช่นเอกสารแนบท้ายคำฟ้องจะต้องระบุว่าเป็นสำเนาเสมอ ยกตัวอย่างเช่น รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาสัญญาเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2
  • เอกสารคำคู่ความโดยเฉพาะคำฟ้องคดีแพ่งเมื่อเราพูดถึงข้อเท็จจริงใดหากข้อเท็จจริงนั้นมีพยานเอกสารสนับสนุนจะต้องมีเอกสารแนบท้ายคำฟ้องเสมอ
  • เอกสารแนบท้ายคำฟ้องเป็นข้อเท็จจริงในการสอบที่นักศึกษาจะต้องรู้เองเสมอ ในข้อสอบจะมิได้ให้โดยชัดแจ้ง

ยกตัวอย่างเช่น หากพูดถึงกรณีคู่กรณีฝ่ายใดว่าเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท นักศึกษาจะต้องนึกถึง สำเนาหนังสือรับรองฯ เสมอ

  • โครงสร้างการเขียนคำคู่ความควรแยกข้อให้ชัดเจนตามหลักที่สอน เพราะจะทำให้ตรวจและให้คะแนนง่าย รวมทั้งหากเป็นการทำสำนวนคำพูดความจริงจะทำให้ศาลอ่านสำนวนง่ายขึ้น เช่น หากทำคำฟ้องคดีแพ่ง ข้อ1 สถานะคู่ความ ข้อ 2 นิติสัมพันธ์ ข้อ 3 การโต้แย้งสิทธิ์ ข้อ 4 ค่าเสียหายและสิ่งที่ขอ ข้อ 5 การทวงถามและคำปิดท้าย ข้อ 6 คำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องคดีแพ่ง เป็นต้น
  • คู่ความ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโต้แย้งสิทธิ หรือฝ่ายผู้ถูกโต้เเย้งสิทธิ์ แล้วจะต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่าข้อกฎหมายนั้นเรื่องดังกล่าวใครเป็นผู้โต้แย้งสิทธิ์คือใครเป็นจำเลย หรือใครเป็นผู้ถูกโต้แย่งสิทธิ์หมายถึงใครเป็นโจทก์และมีอำนาจในการดำเนินคดี รวมถึงการถูกจำกัดสิทธิ์ในการดำเนินคดีเช่นหากเป็นผู้เยาว์ใครจะต้องเป็นผู้ดำเนินคดีแทน
  • ส่วนรายละเอียดโครงสร้างการเขียน เอกสารทางกฎหมายนั้นใช้หลักการตามที่ได้บรรยายในห้องเรียนเลยครับ

วันนี้แนะนำรายละเอียดเบื้องต้นเท่านี้ก่อนไว้จะมาเสริมในโพสต์ต่อไป ขอให้นักศึกษาโชคดีในการสอบ

ภูดิท โทณผลิน
2 มีนาคม 2563

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581