การหย่า(Ep.1)

คำพิพากษาฎีกาที่ 592/2538

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนและเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากับโจทก์อย่างร้ายแรงใช้กำลังทำร้ายโจทก์และบุตรเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บแก่ร่างกายหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายโจทก์ได้ร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนได้สอบสวนและ ลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีแสดงเจตนาของโจทก์และจำเลยที่จะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาต่อกัน โดยจำเลยสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3

ต่อมาโจทก์มอบหมายให้ทนายโจทก์มีหนังสือนัดหมายให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนหย่า จำเลยไม่ยอมไปและท้าทายให้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ หากจำเลยขัดขืนไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 106916 พร้อมบ้านเลขที่ 160/46 ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ถ้าสภาพไม่เปิดช่องให้แบ่งได้ให้ขายทอดตลาดหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเงินสุทธิเท่าไรให้โจทก์มีสิทธิได้รับครึ่งหนึ่ง ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนแต่เพียงฝ่ายเดียว ให้จำเลยใช้เงินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองเดือนละ 10,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่าจำเลยไม่เคยใช้กำลังทำร้ายโจทก์และบุตรให้ได้รับบาดเจ็บแก่กายดังฟ้องรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีตามเอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 3 ซึ่งโจทกก์รับรองว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องนั้นไม่สมบูรณ์เป็นหนังสือยินยอมการหย่าเพราะพยานไม่ได้ลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 จำเลยไม่ประสงค์จะหย่าขาดกับโจทก์ เพื่อเห็นแก่ความสุขของบุตรธิดาทั้งสอง จำเลยขอใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองแต่ฝ่ายเดียว ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองไม่ถึงจำนวนเดือนละ 10,000 บาท อย่างมากไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 (เอกสาร หมาย ล. 1) ไม่สมบูรณ์เป็นหนังสือยินยอมการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 วรรคสองพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่าให้โจทก์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรุงเทพมหานครภายในเวลาอันสมควรให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 106916 และบ้านเลขที่ 106/46 ตามฟ้องให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หากไม่อาจจะแบ่งได้ด้วยเหตุใดก็ให้ประมูลราคาระหว่างกันเอง และหากยังตกลงกันไม่ได้อีกก็ให้นำที่ดินและบ้านพิพาทดังกล่าวออกขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดนำมาแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่ง โดยให้นำหนี้สินที่ค้างชำระเกี่ยวกับที่ดินและบ้านพิพาทและค่าใช้จ่ายในการนี้มาหักออกก่อน ให้โจทก์เป็นผู้ปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคน โดยให้ จำเลยเป็นผู้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ให้โจทก์เป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์แต่ละคนจะบรรลุนิติภาวะ แต่ค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายอาศักดิ์จำนวนกึ่งหนึ่งให้จ่ายตั้งแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นต้นไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

  • ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่ารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีตามเอกสารหมาย จ. 8 และ ล. 1 (เอกสาร ท้ายฟ้อง หมายเลข 3) ที่มีข้อความว่าทั้งสองฝ่ายแจ้งว่ามีความสมัครใจจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันโดยจะพากันไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตต่อไปนั้นสมบูรณ์ เป็นการหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1514 วรรคสอง บัญญัติว่า “การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน “

ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ เอกสารหมาย จ. 8 และ ล. 1 (เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3) มีพยานลงลายมือชื่อเพียง 1 คน ไม่สมบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1514 วรรคสอง

โจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้หย่าขาดจากโจทก์ตามหนังสือดังกล่าวได้

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

—————

ภูดิท โทณผลิน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม กรีน ลอว์ จำกัด

กรรมการสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม (LEPA)

ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดสมุทรปราการ

อนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมสภาทนายความฯ

อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

โทร.0847068581

ติดตามความรู้กฎหมายได้ทาง

หรือคลิก

เลือกรับชมกันได้ตามสื่อที่ชอบครับ รวมทั้งสามารถติดตามชมได้ในรายการ ไดอารี่ช่อง 5 ออกอากาศเวลา 11.30 -12.00 น. ช่วงรอบรู้กฎหมายเรื่องหนี้จะอยู่ ช่วงแรกเปิดรายการเลยครับ

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581