#หลักการร่างสัญญา

ในการร่างสัญญาในการทำงานจริงและการสอบใบอนุญาตทนายความนั้น จะมีความแตกต่างกันพอสมควร เนื่องจากการร่างสัญญาเพื่อทำงานจริงนั้นคู่สัญญาผู้ร่างสัญญาจะมีโอกาสตรวจรวมถึงศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อสัญญานั้นโดยละเอียด จึงทำให้สัญญาที่ใช้งานจริงนั้นมีความละเอียดรอบคอบมากกว่า

ส่วนการสอบใบอนุญาตทนายความนั้น จะมีการออกข้อสอบในส่วนของการร่างสัญญานั้นมาให้เห็นสม่ำเสมอ โดยจะมีระยะเวลาในการสอบเฉลี่ยแล้ว ผู้สอบมีเวลาในการร่างสัญญาเพื่อสอบประมาณ 15 นาทีเท่านั้น เนื่องจากข้อสอบ ในส่วนของการร่างสัญญานั้นคะแนนมักไม่เกิน 15 คะแนน และไม่ได้ออกสอบทุกรุ่น

ดังนั้นการเอาตัวรอดเพื่อสอบใบอนุญาตทนายความให้ผ่านหากคณะกรรมการ ให้ผู้สอบเขียนยกร่างสัญญา ผู้สอบจะต้องนำหลักการสำคัญไว้ใส่เพื่อคว้าคะแนนกลับบ้านให้ได้

โดย keyword สำคัญของสัญญานั้นมีดังนี้

1. สถานที่ทำสัญญา ในส่วนนี้จะแตกต่างกับหนังสือบอกกล่าวทวงถามเนื่องจากสถานที่ทำสัญญาเป็นส่วนสำคัญและถือว่าเป็นสถานที่มูลคดีเกิด จึงต้องถือสถานที่ทำสัญญาคือสถานที่คู่สัญญาลงลายมือชื่อกันจริง

2. ข้อมูลของคู่สัญญา ในส่วนของสัญญานั้นจะยังระบุถึงชื่อและนามสกุลของคู่สัญญาอยู่ เพียงแต่จะมีคำสรรพนามแทนเช่น ผู้ให้กู้หรือผู้กู้กรณีเป็นสัญญากู้ยืมเงินเป็นต้น แล้วยังจะต้องบอกชื่อนามสกุลอายุและที่อยู่ของคู่สัญญาในท่อนแรกด้วย

3. เนื้อหาของสัญญา จะต้องมี keyword สำคัญอย่างน้อย 4 ข้อคือตกลงทำสัญญาอะไรกัน

  •  ในข้อแรกนี้ผู้เขียนจะต้องบรรยายให้ผู้ตรวจข้อสอบทราบ อย่างกระชับว่าสัญญานี้คือสัญญาที่คู่สัญญาตกลงทำสัญญาอะไรกันเส้นตกลงกู้ยืมเงินหรือตกลงเช่าทรัพย์อะไรเป็นต้น
  • รายละเอียดเรื่องการชำระเงิน ในส่วนนี้ผู้สอบจะต้องเขียนให้ผู้ตรวจข้อสอบเข้าใจว่า วิธีการชำระเงินคืนนั้นชำระอย่างไร ทุกวันที่เท่าไหร่ และมีเงื่อนไขอย่างไรซึ่งข้อเท็จจริงจะให้มาในข้อสอบ
  • ดอกเบี้ยและเงื่อนไขผิดนัดในส่วนนี้ผู้เขียนจะต้องบรรยายให้เห็นว่าสัญญาดังกล่าวมีการเรียกดอกเบี้ยหรือไม่อย่างไร และมีค่าปรับกรณีผิดนัดหรือไม่อย่างไรซึ่งข้อสอบจะให้มาเช่นกัน
  • ระยะเวลาของสัญญา ตรงนี้เป็นส่วนที่เป็นสาระสำคัญเช่นกันเนื่องจากสัญญาที่ทนายความหรือนักกฎหมายได้มีส่วนร่วมร่างนั้น จะต้องมีกำหนดเงื่อนเวลาให้ชัดเจน เช่นกู้ยืมเงินต้องคืนภายในเท่าไหร่ สัญญาเช่าระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อเป็นเงื่อนไขที่จะดำเนินการใช้สิทธิ์ทางศาลต่อไปได้อย่างชัดเจน หากผู้เขียนไม่ได้บรรยายท่านนี้ไว้ก็จะถือว่ามีความบกพร่องในการยกร่างสัญญาอย่างสูง เพราะจะถือว่าสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาหรือจะต้องทำการบอกเลิกสัญญาก่อนฟ้องคดีซึ่งจะทำให้ถูกหักคะแนน

4. คำปิดท้ายและการลงชื่อ ในส่วนของค่าปิดท้ายนั้นเป็นข้อความในลักษณะว่า “คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาฉบับนี้ เห็นว่าตรงตามเจตนารมย์จึงลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานและเก็บไว้ฝ่ายละ 1 ฉบับ” ผู้สอบสามารถท่องจำหรือทำความเข้าใจข้อความในลักษณะดังกล่าวไปปิดท้ายได้เลยครับ

นอกจากนี้การลงชื่อมีส่วนสำคัญก็คือถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นนิติบุคคลจะต้องมีการ เขียนให้กรรมการผู้ตรวจข้อสอบทราบว่ามีตราประทับด้วย

และหากพยานในข้อเท็จจริงมีไม่ครบ 2 คน ผู้สอบก็จะลงชื่อพยานเฉพาะที่ปรากฏในข้อสอบเท่านั้นไม่จำเป็นต้องมีครบ 2 คนเสมอไป ซึ่งในการทำงานทางปฏิบัติจะแตกต่างออกไปเพราะในทางปฏิบัติจะต้องมีพยานให้ครบถ้วน

ในส่วนนี้เป็น วิธีการเขียนยกร่างสัญญาเฉพาะใช้ในการสอบแต่สามารถนำไกด์ไลน์นี้ไปต่อยอดเป็นการยกร่างสัญญาในการทำงานจริงครับปฏิบัติได้ครับ

ทนายภูดิท โทณผลิน

โทร.0847068581

—————-

ติดตามความรู้กฎหมายได้ทาง

หรือคลิก

เลือกรับชมกันได้ตามสื่อที่ชอบครับ รวมทั้งสามารถติดตามชมได้ในรายการ ไดอารี่ช่อง 5 ออกอากาศเวลา 11.30 -12.00 น. ช่วงรอบรู้กฎหมายเรื่องหนี้จะอยู่ ช่วงแรกเปิดรายการเลยครับ

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581