การหย่า (Ep.3)

คำพิพากษาฎีกาที่ 3246/2533

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางสาวเสียมเค็ง แซ่ตั้งเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2517 ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2518 โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลย การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงตกเป็นโมฆะขอให้พิพากษาให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่า หากจำเลยขัดขืนไปปฏิบัติตามคำบังคับของศาลโจทก์ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลควรจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันเพราะการจดทะเบียนสมรสซ้อนเป็นโมฆะ แม้โจทก์จะมิได้อ้างเหตุหย่ามาในคำฟ้องก็ตาม

เห็นว่าเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว

การที่โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลยโดยอ้างเพียงว่าขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยโจทก์มีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้ว

การจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะ จึงไม่เข้าเหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายระบุไว้

ดังนั้นศาลจึงชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้ และกรณีนี้ศาลไม่อาจยกข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) มาใช้ตามที่โจทก์ฎีกาได้เพราะเป็นเรื่องฟ้องโจทก์ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายระบุไว้…”

#พิพากษายืน

——————–

ภูดิท โทณผลิน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม กรีน ลอว์ จำกัด

กรรมการสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม (LEPA)

ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดสมุทรปราการ

อนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมสภาทนายความฯ

อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

โทร.0847068581

ติดตามความรู้กฎหมายได้ทาง

หรือคลิก

เลือกรับชมกันได้ตามสื่อที่ชอบครับ รวมทั้งสามารถติดตามชมได้ในรายการ ไดอารี่ช่อง 5 ออกอากาศเวลา 11.30 -12.00 น. ช่วงรอบรู้กฎหมายเรื่องหนี้จะอยู่ ช่วงแรกเปิดรายการเลยครับ

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581