มรดก ( Ep. 9 การถูกกำจัดมิให้รับมรดก)

#คำพิพากษาฎีกาที่ 4164/2532

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อนายเอี๋ยน สุวรรณพงษ์ เจ้ามรดกตาย นายเอี๋ยมีเฉพาะโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมและภรรยาตามลำดับเป็นทายาท ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเอี๋ยนจำเลยได้แจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินและรับรองบัญชีเครือญาติว่าตนเป็นทายาทแต่เพียงผู้เดียวจนได้รับโอนที่ดินมรดกมาเป็นของตน โดยปฏิเสธไม่ยอมแบ่งมรดกให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการยักย้ายหรือปิดบังมรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้รับโดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทอื่น จึงถูกกำจัดมิให้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยแบ่งห้องแถวพร้อมบ้านครึ่งหนึ่งให้โจทก์ หากไม่สามารถแบ่งและโอนให้ได้ ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์มรดกพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรบุญธรรมของนายเอี๋ยน สุวรรณพงษจำเลยแจ้งข้อความต่อเจ้าพนักงานที่ดินและได้จัดการมรดกของนายเอี๋ยนโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ให้ปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า…

  • ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นภรรยาของนายเอี๋ยน สุวรรณพงษ์ แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน เมื่อนายเอี๋ยนถึงแก่ความตาย และศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเอี๋ยนแล้ว จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ให้ที่ดินของนายเอี๋ยนทั้ง 3 แปลงตามฟ้องมาเป็นชื่อของจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก จากนั้นจึงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวมาเป็นของจำเลยในฐานะผู้รับมรดกในการนี้จำเลยได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินและรับรองบัญชีเครือญาติว่า จำเลยเป็นทายาทของนายเอี๋ยน ทายาทอื่นนอกจากนี้ไม่มี
  • คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมิได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉลหรือทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น อันต้องถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกเลยนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่านายเอี๋ยนได้จดทะเบียนรับโจทก์เป็นบุตรบุญธรรจำเลยซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมในฐานะคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ย่อมทราบดีว่าโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนายเอี๋ยน มีสิทธิได้รับมรดกของนายเอี๋ยนในฐานะทายาทโดยธรรมคนหนึ่ง

การที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเอี๋ยน ได้ไปให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาที่ดินและรับรองบัญชีเครือญาติว่า จำเลยเป็นทายาทของนายเอี๋ยนทายาทอื่นนอกจากนี้ไม่มี เป็นผลให้เจ้าพนักงานที่ดินรับจดทะเบียนโอนมรดกที่ดินตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแต่ผู้เดียว ส่วนทรัพย์มรดกอื่นจำเลยก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ใช่ของนายเอี๋ยน ถือได้ว่าจำเลยได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกมากกว่าในส่วนที่ตนจะได้โดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่นจึงต้องถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกเลยตามความในมาตรา 1605 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

#พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 3,000 บาท

——————–

ภูดิท โทณผลิน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม กรีน ลอว์ จำกัด

กรรมการสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม (LEPA)

ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดสมุทรปราการ

อนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมสภาทนายความฯ

อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

โทร.0847068581

ติดตามความรู้กฎหมายได้ทาง

หรือคลิก

เลือกรับชมกันได้ตามสื่อที่ชอบครับ รวมทั้งสามารถติดตามชมได้ในรายการ ไดอารี่ช่อง 5 ออกอากาศเวลา 11.30 -12.00 น. ช่วงรอบรู้กฎหมายเรื่องหนี้จะอยู่ ช่วงแรกเปิดรายการเลยครับ

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581