อย่างไรก็ตาม แม้บุคคล หรือนิติบุคคลข้างต้นรายใดได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ก็ตามสิทธิดังกล่าวก็ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาดถาวร หากผู้ใช้ประโยชน์ไม่ปฏิบัติตาม “ระเบียบ คปก. ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทําประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.2535” ก็สามารถถูกเพิกถอนสิทธิ ในการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้

เนื่องจาก ดินที่ ส.ป.ก. นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. และตามมาตรา 39 ได้กำหนดไว้ว่า “ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกรหรือ ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง”

จะเห็นได้ว่าที่ดิน ส.ป.ก.นั้นมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากที่ดินอื่นๆ เป็นที่ดินที่มีข้อกำหนดเฉพาะ ผู้ที่ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.เท่านั้นจึงจะมีสิทธิเข้าครอบครองทำประโยชน์ได้ และหากไม่เข้าทำประโยชน์ หรือมีที่ดินทำกินอื่นเพิ่มก็อาจตกเป็นผู้ขาดคุณสมบัติสิทธิย่อมระงับ และอำนาจจัดการต่างๆ ย่อมกลับคืนสู่รัฐ ดังนั้น จึงไม่สามารถที่จะครอบครองปรปักษ์ในที่ดิน ส.ป.ก.ไม่สามารถทำนิติกรรมจำหน่าย โอน หรือทำพินัยกรรมให้กับบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่เป็นทายาทของตัวเกษตรกรผู้ได้สิทธิเข้าทำประโยชน์นั้นตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น อันได้แก่

  • สามี/ภรรยา (จดทะเบียนสมรส หรือ ไม่จดทะเบียนแต่ได้อยู่กินฉันสามีภริยาขณะยื่นหรือขณะถึงแก่ความตาย)
  • บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามสายโลหิต และที่บิดารับรอง (ยกเว้นบุตรบุญธรรม)
  • เครือญาติของเกษตรกร ได้แก่ บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา หลาน รวมถึงคู่สมรสที่หย่าขาด ซึ่งเป็นเกษตรกรและไม่มีที่ดินทำกิน

(คลิกเพื่ออ่าน : คู่มือการโอน/การตกทอดทางมรดกสิทธิ์1 / คู่มือการโอน/การตกทอดทางมรดกสิทธิ์2)

ข้อมูลอ้างอิง

ทนายกรกนก ใจแกล้ว (ผู้เขียน)
—————————————————————————————————-
ID 𝕃𝕚𝕟𝕖 : @pudit-law
𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 : ทนายภูดิท โทณผลิน
ℙ𝕒𝕘𝕖 : เตรียมสอบใบอนุญาตทนายความ กับทนายภูดิท
🄿🄷🄾🄽🄴 : 084-7068581
ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581