#เริ่มต้นทำธุรกิจ บุคคลธรรมดา กับ นิติบุคคล ต่างกันอย่างไร

ในการทำธุรกิจ มักมีคำถามอยู่บ่อยครั้ง ว่า ระหว่างบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอันไหนดีกว่ากัน ต่างกันอย่างไร ข้อดีข้อเสีย เป็นอย่างไร ทางเราจึงมีนำข้อมูลมาเปรียบเทียบและนำความรู้ดีๆระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมานำเสนอให้ผู้ประกอบการคลายข้อสงสัยกันดังนี้คะ…..

ในการทำธุรกิจนั้นไม่ว่าจะรู้แบบใด ต่างมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า ธุรกิจที่ทำนั้นเป็นธุรกิจอะไร รูปแบบไหน ทั้งนี้ ในการเลือกรูปแบบธุรกิจ พิจารณาได้หลายปัจจัย เช่น ขนาดของธุรกิจ ,เงินทุน , ความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการ,การควบคุมบริหาร และ แผนการในการวางขนาดกิจการในอนาคต

        #ธุรกิจไหนควรเป็นบุคคลธรรมดา และมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง 

บอกเลยในเรื่องของของบุคคลธรรมดานั้นไม่ซับซ้อนเลย ส่วนมากธุรกิจประเภทนี้จะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ต่างๆ เป็นต้น แต่ธุรกิจประเภทนี้มีข้อเสียคือ จะเสียภาษีสูง เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบนิติบุคคล กล่าวคือ การคิดอัตราภาษีบุคคลธรรมดานั้น คิดอัตราภาษีสูงสุดของกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายโดยเสียตามลำดับขั้นบันได สูงสุดที่ 35% ซึ่งเมื่อมีรายได้มาก ก็จะเสียภาษีมากตามอัตราภาษีสูงสุดของกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายนั้นเอง

แต่ข้อดีของบุคคลธรรมดา คือ ไม่ต้องจัดทำบัญชี และ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารด้านการจัดการเอกสารต่างๆ ทั้งนี้บุคคลธรรมดาจะเหมาะกับนักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นประกอบธุรกิจ หรือจากธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่ต้องการความยุ่งยากซับซ้อนของระบบแต่อย่างใด

  #ธุรกิจไหนควรเป็นนิติบุคคล และมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

นิติบุคคลนั้น คือ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ตกลงกันทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งในทางกฎหมาย กล่าวคือ “นิติบุคคล” คือ บุคคลที่กฎหมายสมมุติขึ้นเพื่อให้มีความสามารถ มีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบได้ตามกฎหมายเหมือนกับบุคคลธรรมดา แม้ว่านิติบุคคลจะมีสิทธิหรือหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่ก็ไม่สามารถกระทำการเหมือนกับบุคคลธรรมดาได้ทุกเรื่อง เนื่องจากนิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมุติที่ ไม่มีชีวิต ร่างกาย และ สติปัญญาเหมือนกับบุคคลธรรมดา ดังนั้นนิติบุคคล จึงต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” เพื่อแสดงสิทธิ หน้าที่ และ ความประสงค์ของนิติบุคคล

นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะแบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัดเป็นต้น

 “ บริษัทจำกัด” คือ นิติบุคคลประเภทหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นโดยจะต้องจดทะเบียน และมีการแบ่งเงินทุนเป็นหุ้นโดยแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกันโดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ เท่านั้น โดยโครงสร้างของบริษัทจำกัด แบ่งเป็น

1. ต้องมีผู้ร่วมทุน อย่างน้อย 3 คน

2. แบ่งทุนออกเป็นหุ้น และมูลค่าหุ้นมีจำนวนเท่าๆกัน

3. มูลค่าหุ้นจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 บาท

4. ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นมีจำกัด

5. ต้องจดทะเบียนก่อตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ธุรกิจที่เหมาะกับรูปแบบนิติบุคคล จะเป็นธุรกิจที่มีลักษณะการบริหารแบบองค์กร เพราะจะมีข้อระเบียบและข้อปฏิบัติต่างๆ และ ค่อนข้างซับซ้อน มีความรับผิดชอบกันในหลายๆส่วน ทั้งการจัดการระบบบัญชี การจัดการระบบเอกสารของธุรกิจ การจัดการระบบเสียภาษี แต่นิติบุคคลธรรมดานั้นมีข้อได้เปรียบรูปแบบบุคคลธรรมดาอยู่หลายประการเช่น เงินทุนซึ่งมีการระดมทุน โอกาสในการขอสินเชื่อ และข้อได้เปรียบในด้านภาษี ซึ่งจ่ายน้อยกว่าบุคคลธรรมดา เมื่อนำค่าใช้จ่ายมาหักลบภาษี โดยเสียภาษีนิติบุคคลเพียง 20% ในขณะที่บุคคลธรรมดาเสียภาษีอยู่ที่ 35% ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายด้านภาษีสนับสนุนธุรกิจขาดเล็ก และ ขนาดกลาง (SMEs) ให้เข้าสู่ระบบด้วยการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (SMEs) มีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆตามที่จัดไว้ให้ เช่น สิทธิในการหักลดหย่อน เช่น ค่าฝึกอบรม ค่าประกันภัยและประกันชีวิตพนักงาน

ทนายอริญรดา ครุฑเสม (ผู้เขียน)

———————————————————————————-

#ติดตามความรู้ทางกฎหมายได้ทาง

ID 𝕃𝕚𝕟𝕖 : @pudit-law

𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 : ทนายภูดิท โทณผลิน

ℙ𝕒𝕘𝕖 : เตรียมสอบใบอนุญาตทนายความ กับทนายภูดิท

🄿🄷🄾🄽🄴 : 084-7068581

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581