คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้น ในปัจจุบันนอกจากจะมีประเภทคดีที่เกิดจากการใช้สื่อโซเชียลแล้ว ประเภทคดีหมิ่นประมาทที่เกิดจากรายการ TV นั้นก็ยังมีให้พบเห็นอยู่บ้างแม้จะผ่านระบบการตรวจสอบและเซ็นเซอร์หลายขั้นตอนก็ตาม

ซึ่งอาจเกิดจาก Content ของรายการทีวีในปัจจุบันนั้น ประเภท Content ที่เรียกเรทติ้งได้คือ เรื่องดราม่าในสังคมซึ่งส่วนมากมักจะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ โดยวิธีการนำเสนองานเป็นการ ออกอากาศผ่านช่องทีวีดังนั้นหากมีลักษณะวีดีโอหรือข้อความที่ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อโจทก์หรือผู้เสียหายนั้นก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ในกระบวนการดำเนินคดีอาญา นอกจากพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของรายการ ผู้ร่วมรายการไปจนถึงพิธีกรที่มีถ้อยคำพูดออกอากาศที่มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ผู้เสียหายแล้ว ให้พิจารณาถึงเจ้าของช่องทีวีนั้นด้วย เนื่องจากในส่วนของเจ้าของช่องนั้นมีข้อกฎหมายกำกับดูแลที่สำคัญอาทิ พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

โดยในทางปฎิบัตินั้นเจ้าของรายการและเจ้าของช่องนั้นๆ มักจะมีข้อต่อสู้ในลักษณะดังนี้

  1. เผยแพร่ไปตามข้อเท็จจริงไม่เป็น
  2. ข้อความหรือสื่อดังกล่าวที่เผยแพร่นั้นไม่ได้มีข้อความหมิ่นประมาทแต่เป็นการเสนอข้อเท็จจริงและติชมโดยสุจริต
  3. จำเลยที่ 2,3 ซึ่งเป็นเจ้าของช่องหรือเจ้าของรายการไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด รวมถึงอาจมีข้อต่อสู้อื่นๆอีกแล้วแต่กรณี

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีรายการที่มีเนื้อหาทำให้โจทก์หรือผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง การที่โจทก์หรือผู้เสียหายดำเนินคดีกับเจ้าของช่อง เจ้าของรายการนั้นจึงเป็นไปโดยความจริงและโดยสุจริต

โดยเหตุที่ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตในส่วนของการดำเนินคดีไปถึงเจ้าของช่องนั้นเนื่องจาก คงเรื่องการปฏิเสธไม่ได้ที่ สื่อหรือเนื้อหาที่มีลักษณะหมิ่นประมาทนั้น ได้มีการออกอากาศภายใต้สัญญาของช่องดังกล่าว อีกทั้งตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งมีตั้งแต่โทษปรับไปจนถึงสักพักหรือถอนใบอนุญาต

ซึ่งหากข้อเท็จจริงในคดีนั้นมีลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาทอย่างชัดเจนแล้วการพิจารณาฟ้องคดีในส่วนของเจ้าของช่องด้วยก็อาจจะมีสร้างความกดดันให้แก่เจ้าของช่องที่จะถูกลงโทษที่กระทบกับใบอนุญาตได้

โดยจะส่งผลโดยตรงในการเจรจาค่าเสียหายในคดีระหว่างพิจารณาคดี เพื่อให้ได้ค่าเสียหายที่มีความเสียหาย ให้มีราคาสูงสักหน่อย เนื่องจากการเผยแพร่ในช่องทางทีวีนั้นจะเกิดการแพร่กระจายจำนวนมากและทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือผู้เสียหายรวมทั้งผู้ถูกฟ้องคดีนั้น คงจะมีความกังวล ทั้งในเรื่องความยุ่งยากในการไปศาลรวมถึงกระทบในการประกอบวิชาชีพต่อไป ลักษณะเช่นเดียวกับการดำเนินคดีอาญากับจำเลยประกอบอาชีพราชการ

หากผลคดีที่อยู่ในสำนวนมีคดีใดที่ได้ปรากฏตามคำพิพากษาหรือเป็นที่ยุติแล้วคงได้มีโอกาสนำมาเผยแพร่เพื่อศึกษากันครับ

ภูดิท โทณผลิน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม กรีน ลอว์ จำกัด

กรรมการสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม (LEPA)

ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดสมุทรปราการ

อนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมสภาทนายความฯ

อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

โทร.0847068581

ติดตามความรู้กฎหมายได้ทาง

หรือคลิก

เลือกรับชมกันได้ตามสื่อที่ชอบครับ รวมทั้งสามารถติดตามชมได้ในรายการ ไดอารี่ช่อง 5 ออกอากาศเวลา 11.30 -12.00 น. ช่วงรอบรู้กฎหมายเรื่องหนี้จะอยู่ ช่วงแรกเปิดรายการเลยครับ

 

ผู้เขียน ทนายภูดิท โทณผลิน 084-7068581