Monday, October 26, 2020
Home บทความกฎหมาย

บทความกฎหมาย

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พ.ร.บ.ปราบปรามยาเสพติดฯ

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับคดียาเสพติดดังอยากจะเขียนบทความแนวทางคดี แต่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด หรือข้อกฎหมายที่ชี้ช่องให้คนกระทำความผิด ดังนั้นจึงขอมาอธิบายความหมายและแนวทางพิสูจน์แล้วกัน ซึ่งภาพรวมจะทำให้เห็นว่าหากจำเลยมีพฤติการสมคบกับขบวนการค้ายาเสพติดแล้ว การพิสูจน์ของจำเลยนั้นเหนื่อยและลุ้นพอสมควร ในแนวทางการทำคดีกับพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติดนั้น ผู้เขียนจะรวบรวมแนวทางไว้หลายตำรา แต่จะยึดหลักข้อมูลทางวิชาการของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหลัก อย่างในเรื่องที่กำลังเขียนนี้ ผู้เขียนได้สกัดมาจาก เอกสาร "ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐานในความผิดฐานสมคบ และสนับสนุนหรือช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534" ของ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สํานักงานศาลยุติธรรม เลยขอให้เครดิตไว้ตอนต้นบทความเลย ประเด็นแรก สมคบ...

เทคนิคการร่างฟ้องคดีหมิ่นประมาท

#การร่างฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีที่ผู้โพสต์ข้อความ เลี่ยงโพสต์ข้อความในลักษณะที่ขาดองค์ประกอบความผิดแต่ทำการโพสในหลายครั้งจะดำเนินการร่างฟ้องอย่างไร วันก่อนได้มีโอกาสได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์กรณีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีประเด็น ข้อกฎหมายน่าสนใจคือ คดีดังกล่าวลักษณะการโพสต์ของจำเลยนั้น แบ่งแยกเป็นการโพสต์หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเป็นการโพสต์ที่ขาดองค์ประกอบความผิดเช่น การโพสครั้งที่ 1 ถ้อยคำเข้าองค์ประกอบลักษณะการหมิ่นประมาทแต่มิได้ระบุยืนยันตัวตนของผู้เสียหายหรือโจทก์ การโพสต์ครั้งที่ 2 ไม่มีถ้อยคำในลักษณะที่เป็นการ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแต่เป็นการโพสพาดพิงถึงหรือระบุถึงผู้เสียหายหรือโจทก์ การโพสต์ครั้งที่ 3 เป็นการโพสต์ย้ำในถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นประมาทแต่ไม่ได้มีการระบุถึงผู้เสียหายหรือโจทก์ ซึ่งเบื้องต้น ในศาลชั้นต้นพิจารณาในการโพสต์ในแต่ละครั้งแล้วไม่ครบองค์ประกอบความผิดจึงคำสั่งไม่ประทับรับฟ้อง ต่อมาโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ โดยอุทธรณ์ในลักษณะ ให้ศาลเห็นว่าการโพสต์ทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าวของจำเลยนั้นเป็นการโพสต์ต่อเนื่องการและเกี่ยวเนื่องกัน หากศาลได้พิจารณาภาพรวมของการโพสต์ของจำเลยทั้งสามครั้งแล้วจะสามารถ...

เหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียตกเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท

  ปัจจัยและเหตุผล ที่ทำให้บุคคลที่ใช้เฟสบุครวมถึงสื่อโซเชียลมีเดียอื่น ต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารนั้นสะดวกรวดเร็วกว่าเดิมมาก การใช้มือถือ Smartphone Tablet รวมถึงอุปกรณ์อื่นทำให้การติดต่อสื่อสารมีค่าใช้จ่ายน้อยลง สามารถส่งหรือพิมพ์ข้อความได้เป็นจำนวนมากและสะดวกรวดเร็วมากขึ้นแค่ไม่กี่อึดใจ แตกต่างกับสมัยก่อนซึ่งการส่งข้อความ อาทิ sms จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและจำกัดจำนวนของข้อความ ทำให้ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางข้อความรวมถึง ในมีเดียรูปแบบอื่นเช่น วีดีโอ หรือ ไลฟสด ได้รับความนิยมมากขึ้นและจากความเคยชินดังกล่าว อาจจะทำให้บุคคลผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียจำนวน มีความพลั้งเผลอหรือมีอารมณ์ชั่ววูบ ทำให้ต้องตกอยู่ในสถานะจำเลยในคดีอาญาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้เขียนจึงรวบรวม สาเหตุ ขั้นตอนการทำงานรวมถึงผลกระทบภายหลังจากการตกเป็นจำเลยในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท...

การถามค้านตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย)

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!) การถามค้านพยานไม่ว่าจะเป็นในคดีแพ่งหรือในคดีอาญา วัตถุประสงค์หลักคือต้องการถามเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ข้อเท็จจริงข้อกล่าวอ้างที่พยานฝ่ายตรงข้ามเบิกความต่อศาลนั้น ลดความน่าเชื่อถือลง หรือขัดกับความเป็นจริง ขัดกับเหตุผลสากล ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ ขัดกับพยานเอกสาร ขัดกับที่พยานปากอื่นได้เบิกความเอาไว้ รวมถึงขัดกับที่ตนเคยเบิกความไว้ที่ศาลอื่นเป็นต้น แต่บางครั้งพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความไปตามที่รู้เห็นจริง ไม่ได้เป็นพยานเท็จการซักค้านเพื่อให้ลดทอนความน่าเชื่อถือนั้นเป็นไปได้โดยยาก แต่ผู้ซักค้านก็สามารถแสวงหาประโยชน์อันเกิดจากการซักค้านพยานปากดังกล่าวได้โดยใช้หลักการ ถามค้านเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อเท็จจริงของฝ่ายตน ยกตัวอย่างเช่น การถามให้พยานปากดังกล่าวรับในข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของผู้ถามค้านกำลังจะนำสืบ ผลจะทำให้ข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของต้นกำลังจะนำสืบนั้นรับฟังเป็นยุติ หรือเจือสม เนื่องจากการรับฟังพยานหลักฐาน ศาลจะต้องพิจารณาในส่วนของข้อเท็จจริง ลำพังการนำพยานไปเบิกความเล่าข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวนั้น...

ข้อสังเกตุในการดำเนินคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม

  ห่างหายบทความทางวิชาการไปนาน บ่ายวันนี้กลับจากศาลมีนบุรีมีโอกาสได้นั่งติดตามอ่านข่าวและทำงานแบบสบายสบายบ้าง สะดุดอยู่กับข่าวเกี่ยวกับการฟ้องคดีในวงการรถยนต์อยู่เคสหนึ่ง เป็นกรณีความชำรุดบกพร่องของตัวรถ ที่น่าสนใจคือ ตามเนื้อข่าวมีการยื่นฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม (คลาสแอคชั่น) น่าจะเป็นคดีที่ 2 ตั้งแต่แก้ไข ป.วิ.พ. มาตรา 222/1-222/49 (และจะมีคดีที่ 3 ยื่นฟ้องเร็วๆนี้) เลยขออนุญาตหยิบยกมาวิเคราะห์ในเชิงวิชาการสักหน่อย คดีแบบกลุ่มเดิมนั้นจะใช้ในคดีสิ่งแวดล้อม เดิมยึดหลักตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ต่อมาจึงมีการแก้ไขและนำใส่ไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บริษัทแรกที่โดนฟ้อง เป็น class action เลยคือเหมืองทองใหญ่...

“ทรัพย์” ตอนที่ ๑ “อสังหาริมทรัพย์”         

อสังหาริมทรัพย์ และการได้มาในอสังหาริมทรัพย์ โดยนิติกรรม และการได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์เท่านั้น แต่มิไดกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง "ทรัพย์"กับ"ทรัพย์สิน" ว่าแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ผู้เขียนจึงตั้งใจจะเขียนความแตกต่างระหว่างทรัพย์ทั้งสองประเภทนี้ รวมถึงจะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์ที่ถือว่าเป็นสมบัติของแผ่นดินด้วย ความหมายของคำว่า "ทรัพย์" ทรัพย์หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง ส่วนความหมายของคำว่า "ทรัพย์สิน" นั้นหมายความรวมทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ ซึ่งทรัพย์นั้น นอกจากหมายความรวมถึงวัตถุมีรูปร่างแล้วจะต้องเป็นวัตถุที่อาจมีราคาและอาจถือเอาได้ด้วย ตามความหมายของทรัพย์สิน ความหมายของคำว่า “อาจมีราคาและอาจถือเอาได้” วัตถุมีรูปร่างหรือไม่มีรูปร่างจะเป็นทรัพย์และทรัพย์สินได้ก็ต่อเมื่ออาจมีราคาและอาจถือเอาได้ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปก็ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์หรือทรัพย์สิน แล้วร่างกายของมนุษย์เราล่ะ...

Recent Posts