Saturday, January 16, 2021
Home บทความกฎหมาย

บทความกฎหมาย

สาระกฎหมายที่ดิน ส.ป.ก. ตอนที่ 1 : “สิทธิ” ในที่ดิน ส.ป.ก.

อย่างไรก็ตาม แม้บุคคล หรือนิติบุคคลข้างต้นรายใดได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ก็ตามสิทธิดังกล่าวก็ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาดถาวร หากผู้ใช้ประโยชน์ไม่ปฏิบัติตาม “ระเบียบ คปก. ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทําประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.2535” ก็สามารถถูกเพิกถอนสิทธิ ในการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ เนื่องจาก ดินที่ ส.ป.ก. นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. และตามมาตรา 39 ได้กำหนดไว้ว่า “ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกรหรือ ส.ป.ก....

หมดปัญหาแบ่งทรัพย์ สามี-ภรรยา ด้วย “สัญญาก่อนสมรส”

เรียบเรียงโดย ทนายความไพรจิตร ขามก้อน ติดตามความรู้ทางกฎหมายได้ทาง ID 𝕃𝕚𝕟𝕖 : @pudit-law 𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 : ทนายภูดิท โทณผลิน ℙ𝕒𝕘𝕖 : เตรียมสอบใบอนุญาตทนายความ กับทนายภูดิท 🄿🄷🄾🄽🄴 :...

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 : ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!) การถามค้านพยานไม่ว่าจะเป็นในคดีแพ่งหรือในคดีอาญา วัตถุประสงค์หลักคือต้องการถามเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวอ้างที่พยานฝ่ายตรงข้ามเบิกความต่อศาลนั้น ลดทอนความน่าเชื่อถือลง หรือทำให้ข้อเท็จจริงนั้นมีพิรุธ อาทิเช่น ขัดกับความเป็นจริง ขัดกับเหตุผลสากล ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ ขัดกับพยานเอกสาร ขัดกับที่พยานปากอื่นได้เบิกความเอาไว้ รวมถึงขัดกับที่ตนเคยเบิกความไว้ที่ศาลอื่นเป็นต้น แต่บางครั้งพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความไปตามที่รู้เห็นจริง ไม่ได้เป็นพยานเท็จ ดังนั้นการซักค้านเพื่อให้ลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานปากนั้นจะเป็นไปได้โดยยาก แต่ผู้ซักค้านก็สามารถแสวงหาประโยชน์อันเกิดจากการซักค้านพยานปากดังกล่าวได้โดยใช้หลักการ ถามค้านเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อเท็จจริงของฝ่ายตน ยกตัวอย่างเช่น การถามให้พยานปากดังกล่าวรับในข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของผู้ถามค้านกำลังจะนำสืบ ผลจะทำให้ข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของต้นกำลังจะนำสืบนั้นรับฟังเป็นยุติหรือเจือสมกับข้อเท็จจริงของตน เนื่องจากการรับฟังพยานหลักฐานศาลจะต้องพิจารณาในส่วนของข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ลำพังการนำพยานไปเบิกความเล่าข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวนั้น...

การถามค้านบ้างครั้งไม่จำต้องถามนำ

การถามค้านบ้างครั้งไม่จำต้องถามนำ ผมสังเกตพฤติกรรมมนุษย์โดยเฉพาะของพยานมาสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในขณะที่พิจารณาคดีในชั้นศาลและนำมาปรับใช้สักระยะหนึ่งแล้ว ได้ผลพอสมควร โดยในหลายๆครั้งที่เราตั้งคำถามค้านเป็นคำถามนำโดยเป็นคำถามที่มีคำตอบอยู่ในตัวให้แก่พยานของคู่ความฝ่ายตรงข้าม อาทิเช่น "สัญญาตามเอกสารหมาย จ.10 ได้ทำกันที่บ้านของโจทก์ใช่มั้ย" ซึ่งเป็นคำถามที่มีคำตอบอยู่ในตัว และ ผู้ถามต้องการให้พยานตอบว่าสัญญาดังกล่าวทำกันขึ้นที่บ้านโจทก์ ผลปรากฏว่าในบ้างครั้งเสมือนเป็นการบอกใบ้ให้พยานคนดังกล่าว ตอบคำถามที่เป็นตรงกันข้ามกับประเด็นที่ต้องการ คือบ้างครั้งพยานที่มีการซักซ้อมมาดี หรือพยานบางคนที่มีความประสงค์จะเบิกความเบี่ยงเบนจากความเป็นจริง จะตอบคำถามตรงกันข้ามที่ได้ถามนำเอาไว้้ และผู้เขียนได้สังเกตุว่าพยานมีความกดดันน้อย เนื่องจากผู้ถามค้านได้บอกใบ้คำตอบไปแล้วในตัว ซึ่งเป็นความคิดและความรู้สึกพื้นฐานของคนทั่วไปว่า เมื่อฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะทนายฝ่ายตรงข้ามถาม จิตใต้สำนึกของผู้ถูกถามมักจะเชื่อและถูกสั่งในตอบในทางตรงกันข้ามหรือไม่ยอมรับนั่นเอง (เว้นแต่กรณีข้อเท็จจริงทั่วไป หรือข้อเท็จจริงที่ปรากฎชัด) และผู้เขียนกลับสังเกตได้ในหลายครั้งที่ทำการสืบพยาน ทนายความถามพยานของตนเอง ซึ่งหลักคือจะใช้คำถามนำไม่ได้...

#ปัจจัยในการรอการลงโทษหรือจำคุกของจำเลยในคดีประมาท

#ปัจจัยในการรอการลงโทษหรือจำคุกของจำเลยในคดีประมาท กรณีที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต โดยเฉพาะคดีขับรถประมาทนั้น มีหลายคนยังเข้าใจผิดว่ามีประกันแล้ว ไม่ติดคุกแน่ หรือประกันวางเงินให้กับผู้เสียหายหรือทายาทผู้ตายแล้วตนเองไม่ต้องวางเพิ่มนั้น ยังเป็นแนวความคิดที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด จากที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมรับผิดชอบในคดีประมาทหลายคดีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย) หรือฝ่ายจำเลย หลักที่ศาลจะพิจารณาพิพากษารอการลงโทษจำเลยนั้น มีองค์ประกอบหลักๆในทางปฎิบัติดังนี้ 1. อย่ารอแต่ประกันอย่างเดียว หมายความว่า อย่ารอแต่ให้ประกันวางเงินค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายหรือผู้ตาย อย่างเดียว ตัวจำเลยนั้นจำเป็นต้องร่วมวางเงินชดใช้ค่าเสียหายใกห้แก่ผู้เสียหายตามสมควรด้วย เพราะศาลจะพิจารณาส่วนนี้ว่าจำเลยได้เยียวยาความเสียหายหรือไม่ ลำพังแต่บริษัทประกันวางเงินนั้นยังไม่แสดงถึงพฤติการณ์การเยียวยาความเสียหายของจำเลย คำต่อมาคือ ชดใช้ค่าเสียหายตามสมควร คำว่าตามสมควรหมายถึง สมควรแก่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ประกอบกับฐานะของจำเลยเป็นรอง ต้องสอดคล้องบัลลานกัน จำเลยหลายคนยังเข้าใจผิดว่าตนเองฐานนะยากจนวางแค่นี้พอ...

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พ.ร.บ.ปราบปรามยาเสพติดฯ

สมคบและสนับสนุน ตามความหมายของ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับคดียาเสพติดดังอยากจะเขียนบทความแนวทางคดี แต่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด หรือข้อกฎหมายที่ชี้ช่องให้คนกระทำความผิด ดังนั้นจึงขอมาอธิบายความหมายและแนวทางพิสูจน์แล้วกัน ซึ่งภาพรวมจะทำให้เห็นว่าหากจำเลยมีพฤติการสมคบกับขบวนการค้ายาเสพติดแล้ว การพิสูจน์ของจำเลยนั้นเหนื่อยและลุ้นพอสมควร ในแนวทางการทำคดีกับพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติดนั้น ผู้เขียนจะรวบรวมแนวทางไว้หลายตำรา แต่จะยึดหลักข้อมูลทางวิชาการของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหลัก อย่างในเรื่องที่กำลังเขียนนี้ ผู้เขียนได้สกัดมาจาก เอกสาร "ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐานในความผิดฐานสมคบ และสนับสนุนหรือช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534" ของ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สํานักงานศาลยุติธรรม เลยขอให้เครดิตไว้ตอนต้นบทความเลย ประเด็นแรก สมคบ...

เทคนิคการร่างฟ้องคดีหมิ่นประมาท

#การร่างฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีที่ผู้โพสต์ข้อความ เลี่ยงโพสต์ข้อความในลักษณะที่ขาดองค์ประกอบความผิดแต่ทำการโพสในหลายครั้งจะดำเนินการร่างฟ้องอย่างไร วันก่อนได้มีโอกาสได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์กรณีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีประเด็น ข้อกฎหมายน่าสนใจคือ คดีดังกล่าวลักษณะการโพสต์ของจำเลยนั้น แบ่งแยกเป็นการโพสต์หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเป็นการโพสต์ที่ขาดองค์ประกอบความผิดเช่น การโพสครั้งที่ 1 ถ้อยคำเข้าองค์ประกอบลักษณะการหมิ่นประมาทแต่มิได้ระบุยืนยันตัวตนของผู้เสียหายหรือโจทก์ การโพสต์ครั้งที่ 2 ไม่มีถ้อยคำในลักษณะที่เป็นการ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแต่เป็นการโพสพาดพิงถึงหรือระบุถึงผู้เสียหายหรือโจทก์ การโพสต์ครั้งที่ 3 เป็นการโพสต์ย้ำในถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นประมาทแต่ไม่ได้มีการระบุถึงผู้เสียหายหรือโจทก์ ซึ่งเบื้องต้น ในศาลชั้นต้นพิจารณาในการโพสต์ในแต่ละครั้งแล้วไม่ครบองค์ประกอบความผิดจึงคำสั่งไม่ประทับรับฟ้อง ต่อมาโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ โดยอุทธรณ์ในลักษณะ ให้ศาลเห็นว่าการโพสต์ทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าวของจำเลยนั้นเป็นการโพสต์ต่อเนื่องการและเกี่ยวเนื่องกัน หากศาลได้พิจารณาภาพรวมของการโพสต์ของจำเลยทั้งสามครั้งแล้วจะสามารถ...

เหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียตกเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท

  ปัจจัยและเหตุผล ที่ทำให้บุคคลที่ใช้เฟสบุครวมถึงสื่อโซเชียลมีเดียอื่น ต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารนั้นสะดวกรวดเร็วกว่าเดิมมาก การใช้มือถือ Smartphone Tablet รวมถึงอุปกรณ์อื่นทำให้การติดต่อสื่อสารมีค่าใช้จ่ายน้อยลง สามารถส่งหรือพิมพ์ข้อความได้เป็นจำนวนมากและสะดวกรวดเร็วมากขึ้นแค่ไม่กี่อึดใจ แตกต่างกับสมัยก่อนซึ่งการส่งข้อความ อาทิ sms จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและจำกัดจำนวนของข้อความ ทำให้ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางข้อความรวมถึง ในมีเดียรูปแบบอื่นเช่น วีดีโอ หรือ ไลฟสด ได้รับความนิยมมากขึ้นและจากความเคยชินดังกล่าว อาจจะทำให้บุคคลผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียจำนวน มีความพลั้งเผลอหรือมีอารมณ์ชั่ววูบ ทำให้ต้องตกอยู่ในสถานะจำเลยในคดีอาญาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้เขียนจึงรวบรวม สาเหตุ ขั้นตอนการทำงานรวมถึงผลกระทบภายหลังจากการตกเป็นจำเลยในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท...

การถามค้านตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย)

การถามค้าน (cross examination) ตอนที่ 2 (ถามค้านไม่จำเป็นต้องถามให้สงสัย!) การถามค้านพยานไม่ว่าจะเป็นในคดีแพ่งหรือในคดีอาญา วัตถุประสงค์หลักคือต้องการถามเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ข้อเท็จจริงข้อกล่าวอ้างที่พยานฝ่ายตรงข้ามเบิกความต่อศาลนั้น ลดความน่าเชื่อถือลง หรือขัดกับความเป็นจริง ขัดกับเหตุผลสากล ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ ขัดกับพยานเอกสาร ขัดกับที่พยานปากอื่นได้เบิกความเอาไว้ รวมถึงขัดกับที่ตนเคยเบิกความไว้ที่ศาลอื่นเป็นต้น แต่บางครั้งพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความไปตามที่รู้เห็นจริง ไม่ได้เป็นพยานเท็จการซักค้านเพื่อให้ลดทอนความน่าเชื่อถือนั้นเป็นไปได้โดยยาก แต่ผู้ซักค้านก็สามารถแสวงหาประโยชน์อันเกิดจากการซักค้านพยานปากดังกล่าวได้โดยใช้หลักการ ถามค้านเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อเท็จจริงของฝ่ายตน ยกตัวอย่างเช่น การถามให้พยานปากดังกล่าวรับในข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของผู้ถามค้านกำลังจะนำสืบ ผลจะทำให้ข้อเท็จจริงที่พยานฝ่ายของต้นกำลังจะนำสืบนั้นรับฟังเป็นยุติ หรือเจือสม เนื่องจากการรับฟังพยานหลักฐาน ศาลจะต้องพิจารณาในส่วนของข้อเท็จจริง ลำพังการนำพยานไปเบิกความเล่าข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวนั้น...

ข้อสังเกตุในการดำเนินคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม

  ห่างหายบทความทางวิชาการไปนาน บ่ายวันนี้กลับจากศาลมีนบุรีมีโอกาสได้นั่งติดตามอ่านข่าวและทำงานแบบสบายสบายบ้าง สะดุดอยู่กับข่าวเกี่ยวกับการฟ้องคดีในวงการรถยนต์อยู่เคสหนึ่ง เป็นกรณีความชำรุดบกพร่องของตัวรถ ที่น่าสนใจคือ ตามเนื้อข่าวมีการยื่นฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม (คลาสแอคชั่น) น่าจะเป็นคดีที่ 2 ตั้งแต่แก้ไข ป.วิ.พ. มาตรา 222/1-222/49 (และจะมีคดีที่ 3 ยื่นฟ้องเร็วๆนี้) เลยขออนุญาตหยิบยกมาวิเคราะห์ในเชิงวิชาการสักหน่อย คดีแบบกลุ่มเดิมนั้นจะใช้ในคดีสิ่งแวดล้อม เดิมยึดหลักตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ต่อมาจึงมีการแก้ไขและนำใส่ไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บริษัทแรกที่โดนฟ้อง เป็น class action เลยคือเหมืองทองใหญ่...

Recent Posts