Thursday, September 24, 2020
Home รวมฎีกาที่น่าสนใจ

รวมฎีกาที่น่าสนใจ

ครอบครองปรปักษ์ (EP.1/5)

ครอบครองปรปักษ์ (EP.1/5) คำพิพากษาฎีกาที่ 538/2536 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ครอบครองที่ดินมีเนื้อที่ 3 งาน 62 ตารางวา ได้มอบให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้แจ้งการครอบครองที่ดินดังกล่าวไว้แทน ต่อมาได้ออกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 247 โดยให้จำเลยที่ 1 มีชื่อในโฉนดที่ดินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทน โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลา 26 ปีเศษแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครอง แต่จำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อของโจทก์ทั้งสอง...

การครอบครองปรปักษ์

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4676/2560 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ป.พ.พ. ม. 1378, ม. 1381, ม. 1382 จำเลยซื้อที่ดินมือเปล่าจากมารดาโจทก์แล้วเข้าครอบครองอยู่อาศัย จึงเป็นการครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ ต่อมามารดาโจทก์ขอออกโฉนดที่ดินรวมไปถึงที่ดินที่จำเลยซื้อ เมื่อจำเลยยังคงครอบครองที่ดินที่ซื้อโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ระยะเวลาแห่งการครอบครองปรปักษ์ที่ดินจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ออกโฉนดที่ดินเป็นต้นไป และจำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดถือแทนจึงไม่ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไปยังผู้ขาย เมื่อนับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์

การหย่า (Ep.5) : คำพิพากษาฎีกาที่ 1125/2544

การหย่า (Ep.5) คำพิพากษาฎีกาที่ 1125/2544 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายประกาย กล่อมสุวรรณจดทะเบียนสมรส เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2517 นายประกายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์และนายประเดิม กล่อมสุวรรณ บุตรของนายประกายเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนที่นายประกายจะจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ นายประกายเคยจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 แต่ได้ฟ้องหย่าจำเลยที่ 2 ต่อศาลจังหวัดกระบี่ ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้หย่ากันเมื่อวันที่ 16...

สัญญาก่อนสมรส : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711/2537

#สัญญาก่อนสมรส คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711/2537 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายในวันจดทะเบียนสมรสโจทก์กับจำเลยได้ทำบันทึกท้ายทะเบียนสมรสโดยจำเลยตกลงจะยกที่ดินโฉนดเลขที่ 119212 พร้อมบ้านสองชั้นหนึ่งหลังซึ่งเป็นของจำเลยให้เป็นสินสมรส โจทก์จึงมีสิทธิใส่ชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยในที่ดินพร้อมบ้านได้ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยคนละครึ่งหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านจำเลยซื้อมาก่อนสมรสจึงตกเป็นสินส่วนตัว บันทึกดังกล่าวระบุให้เป็นสินสมรส จึงขัดกับกฎหมายและไม่มีผลใช้บังคับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยคนละครึ่งในโฉนดที่ดินเลขที่ 119212 พร้อมบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 18/72 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บ้านพร้อมที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลยเมื่อจำเลยต้องการให้เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยถือได้ว่าโจทก์และจำเลยได้ทำความตกลงในเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ฉะนั้น เมื่อจำเลยได้ให้ข้อสัญญาว่าบ้านพร้อมที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลยให้เป็นสินสมรส จึงเป็นกรณีที่คู่สมรสได้จดแจ้งข้อความอันเป็นสัญญาก่อนสมรสไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1466 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาดังกล่าวไม่ปรากฏว่ามีข้อความขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน...

การสมรส : คำพิพากษาฎีกาที่ 6051/2540

#การสมรส #คำพิพากษาฎีกาที่ 6051/2540 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2514 โจทก์จดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายกับนายสากล วนสินธุ์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2532 จำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับนายสากล วนสินธุ์ สามีโจทก์ ในขณะที่โจทก์เป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนแล้วื การสมรสระหว่างจำเลยกับนายสากลเป็นการฝ่าฝนต่อกฎหมายและเป็นโมฆะ ขอให้โจทก์ว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับนายสากล วนสิทธุ์ เป็นโมฆะจำ จำเลยกับนายสากล วนสินธุ์ จดทะเบียนสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนโจทก์มิใช่คู่สมรสของนายสากล...

ฎีกาน่ารู้ : มรดกกับเงินประกันชีวิต

มรดก (Ep.5 เงินประกันชีวิต) คำพิพากษาฎีกาที่ 821/2554 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอ ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า... ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 889 บัญญัติว่า "ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพ หรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง" ดังนี้ เงินตามสัญญาประกันชีวิตจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตายและไม่ใช่มรดกของผู้ตาย ส่วนนางหนิงซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยก็ปรากฏว่าได้ถึงแก่ความตายไปก่อนผู้ตาย ย่อมไม่มีตัวผู้รับประโยชน์ที่จะได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิต เมื่อสิทธิของนางหนิงที่จะได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยยังไม่เกิดขึ้น เงินตามตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย ร.8...

ช.ผิดสัญญาหมั้น ญ.เรียกสินสอดได้ : คำพิพากษาฎีกาที่ 6385/2551

สินสอด คำพิพากษาฎีกาที่ 6385/2551 โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นมารดาโจทก์ที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นมารดาจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองได้สู่ขอโจทก์ที่ 2 จากโจทก์ที่ 1 เพื่อให้สมรสกับจำเลยที่ 2 โดยมอบสร้อยคอทองคำ หนัก 4 บาท ให้โจทก์ที่ 2 เป็นของหมั้น และตกลงจะให้สินสอดเป็น...

ฎีกาน่ารู้ : ทรัพย์สินของสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส

ทรัพย์สินของสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส #คำพิพากษาฎีกาที่ 2102/2551 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายโสภณเป็นผู้ดำเนินคดีแทนโจทก์ เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อวันที่ 3 ศาลแพ่งมีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายวินัยผู้ตายซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ที่เกิดจากนายเนียมซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรมของนายวินัยผู้ตายแต่เพียงผู้เดียว โดยก่อนถึงแก่กรรมนายวินัยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินสองแปลง โฉนดเลขที่ 245103 และ 244400 ตำบลคลองจั่น อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านสองชั้นเลขที่ 186/80 หมู่ที่ 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินทั้งสองโฉนดที่อยู่ติดต่อกันและมีอาวุธปืนเดี่ยวลูกกรดซีแปดขนาด .22...

การหย่า (Ep.3) : คำพิพากษาฎีกาที่ 3246/2533

การหย่า (Ep.3) คำพิพากษาฎีกาที่ 3246/2533 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางสาวเสียมเค็ง แซ่ตั้งเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2517 ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2518 โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลย การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงตกเป็นโมฆะขอให้พิพากษาให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่า หากจำเลยขัดขืนไปปฏิบัติตามคำบังคับของศาลโจทก์ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลควรจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)...

ฎีกาน่ารู้ : การถูกกำจัดมิให้รับมรดก

มรดก ( Ep. 9 การถูกกำจัดมิให้รับมรดก) #คำพิพากษาฎีกาที่ 4164/2532 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อนายเอี๋ยน สุวรรณพงษ์ เจ้ามรดกตาย นายเอี๋ยมีเฉพาะโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมและภรรยาตามลำดับเป็นทายาท ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเอี๋ยนจำเลยได้แจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินและรับรองบัญชีเครือญาติว่าตนเป็นทายาทแต่เพียงผู้เดียวจนได้รับโอนที่ดินมรดกมาเป็นของตน โดยปฏิเสธไม่ยอมแบ่งมรดกให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการยักย้ายหรือปิดบังมรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้รับโดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทอื่น จึงถูกกำจัดมิให้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยแบ่งห้องแถวพร้อมบ้านครึ่งหนึ่งให้โจทก์ หากไม่สามารถแบ่งและโอนให้ได้ ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์มรดกพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรบุญธรรมของนายเอี๋ยน สุวรรณพงษจำเลยแจ้งข้อความต่อเจ้าพนักงานที่ดินและได้จัดการมรดกของนายเอี๋ยนโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ให้ปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา...

Recent Posts