Home เรื่องทั่วไป

เรื่องทั่วไป

การประกันตัวผู้ต้องหา

#การประกันตัวผู้ต้องหา เช้านี้ภารกิจยื่นประกันตัวจำเลยราบรื่น เลยขอเอาข้อมูลเกี่ยวกับการยื่นประกันตัวในชั้นศาลมาฝาก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลในแต่ละศาลได้เลย ระวังอย่าโดนนายหน้าหรือบุคคลที่แอบอ้างว่ารู้จักกับศาลสามารถวิ่งเต้นคดีได้หลอกลวงนะครับ #เอกสารที่ต้องใช้ 1.บัตรประจำตัวประชาชน 2.หลักทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกันได้แก่ 2.1 เงินสด (เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น) 2.2 โฉนดที่ดิน ซึ่งเจ้าพนักงานที่ได้ประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่า ที่ดินราคาไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน 2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน 2.4 พันธบัตรรัฐบาล 2.5 สลากออมสิน หรือสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ 2.6 ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร 2.7 ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว 2.8...

6 คำแนะนำเมื่อได้รับคำฟ้องในคดีอาญา

#6คำแนะนำเมื่อได้รับคำฟ้องในคดีอาญา ในกาดำเนินคดีอาญานั้น สามารถดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวนโดยอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง หรือผู้เสียหายให้ทนายความดำเนินการยื่นฟ้องคดีเองก็ได้ โดยในการถูกดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวนนั้นตัวจำเลยจะทราบรายละเอียด ตั้งแต่ถูกหมายเรียกของพนักงานสอบสวน แต่ในส่วนของกรณีโจทก์ยื่นฟ้องคดีเองนั้นตัวจำเลยหรือผู้ถูกฟ้องคดีจะทราบต่อเมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีอาญา โดยมีคำแนะนำเบื้องต้นกรณีได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีอาญา ดังนี้ 1. #ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง ในการดำเนินคดีอาญา จะแตกต่างกับในส่วนของคดีแพ่ง กล่าวคือ กรณีคดีอาญาที่โจทก์เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีเอง จะต้องมีขั้นตอนการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ดังนั้น นัดแรกคือนัดไต่สวนมูลฟ้องนั้นตัวจำเลยจะไม่ไปศาล แต่มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการซักค้านแทนก็ได้ หลังจากที่ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยจึงค่อยยื่นคำให้การ จึงมีความแตกต่างกับในคดีแพ่งซึ่งหลังจากที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีแพ่งนั้น จำเลยจะต้องดำเนินการยื่นคำให้การภายในกำหนด ตามแต่ละประเภทคดี ดังนั้นเบื้องต้นในการเตรียมตัวเมื่อถูกดำเนินคดีอาญา ควรจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง ว่ามีท่อนใดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และมีเอกสารใดที่จะสามารถโต้แย้งคัดค้านทำลายน้ำหนัก ตามคำฟ้องของโจทก์ได้...

6 วิธีรับมือเมื่อถูกฟ้องคดีแพ่ง

#6วิธีรับมือเมื่อถูกฟ้องคดีแพ่ง วันนี้ขอเขียนคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ได้รับ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีแพ่ง ว่าเบื้องต้นสามารถดำเนินการตามกระบวนการอย่างไรได้บ้าง 1. #ตรวจสอบว่าเป็นคดีแพ่งประเภทใด ในส่วนของคดีแพ่งนั้นยังแบ่งย่อยอีกหลายประเภทเช่น คดีแพ่งสามัญ คดีมโนสาเร่ คดีผู้บริโภคเป็นต้น ซึ่งจะมีผลแตกต่างกันในเรื่องของกำหนดระยะเวลายื่นคําให้การ โดยวิธีการป้องกันความผิดพลาดที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนทั่วไปคือให้โทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ศาล ตามเบอร์โทรที่ให้ไว้ในหน้าหมายเรียกนั้น จะสอบถามว่าคดีที่ได้รับนั้น เป็นคดีประเภทใดและครบกำหนดยื่นคำให้การเมื่อไหร่ 2 #ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำฟ้อง ประการต่อมาหลังจากที่ได้ทราบว่าตนได้ถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งประเภทใดแล้วมีกำหนดที่จะต้องยื่นคำให้การเมื่อไหร่แล้ว ก่อนที่จะนำสำนวนคดีเข้าไปพบทนายความที่ไว้วางใจ ควรจะอ่านเนื้อหาใจความในคำฟ้องว่ามีข้อเท็จจริงใดในคำฟ้องที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงบ้าง ยกตัวอย่างเช่น กรณีถูกฟ้องคดีแพ่งเป็นการผิดสัญญากู้ยืมเงิน ในยอดเงินที่สูงกว่าการเป็นหนี้จริง ผู้ถูกฟ้องคดีควรจะรวบรวมข้อเท็จจริงว่าเหตุใดยอดเงินจึงไม่ตรง เช่น ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน หรือว่ายอดเงินไม่ตรงตามสัญญา เพื่อจะได้ดำเนินการยื่นคำให้การ หรือปรึกษาทนายความที่ไว้วางใจต่อไป 3. #ตรวจสอบเอกสารท้ายคำฟ้อง หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบเนื้อหาในคำฟ้องแล้ว...

7คำแนะนำในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

#7คำแนะนำในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้น จัดเป็นการดำเนินคดีประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่าคดีไม่มีข้อพิพาท โดยผู้ร้องหรือทายาทที่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองโดยคำแนะนำของนิติกรศาล หรือพนักงานอัยการจังหวัด รวมถึงสามารถให้ทนายความเป็นผู้จัดทำคำร้องยื่นต่อศาลได้ ทั้งนี้คำแนะนำเบื้องต้นในการเตรียมเอกสาร หรือยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นเบื้องต้น มีดังนี้ 1. #เขตอำนาจศาล ในคดียื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นโดยหลักจะยึดถือเขตอำนาจศาลก็คือภูมิลำเนาของผู้ตาย คือภูมิลำเนาตามรายการทะเบียนราษฎร์หรือตามบัตรประจำตัวประชาชนนั้นเอง โดยต้องยื่นต่อศาลจังหวัดที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ ทั้งนี้สถานที่เสียชีวิตหรือสถานที่รักษาตัวเช่น โรงพยาบาลที่ผู้ตายเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานไม่ถือเป็นภูมิลำเนา เพราะเป็นเพียงสถานที่รักษา 2. #จัดเตรียมเอกสาร เอกสารในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยสรุปสำคัญจะมีดังนี้ ใบมรณะบัตรของเจ้ามรดก สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้องตั้งผู้จัดการมรดก สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของบรรดาทายาทของผู้ตาย สำเนาใบมรณะบัตรของ ทายาทอื่นของผู้ตาย เช่นหากบิดามารดาของผู้ตายได้เสียชีวิตไปก่อน...

8 เหตุผลที่จะทำให้ศาลรอการลงโทษจำเลย

#8เหตุผลที่จะทำให้ศาลรอการลงโทษจำเลย ในคดีอาญานั้น บางข้อหาเป็นความผิดต่อส่วนตัว จำเลยกับผู้เสียหายหรือโจทก์อาจจะตกลงกันเพื่อเยียวยาชดใช้ความเสียหายและสามารถดำเนินการถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์ไปได้ แต่ในบางข้อหาที่ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้นั้นแต่จำเลยก็ยังมีวิธีที่สามารถดำเนินการเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการรอการลงโทษจำเลย หรือลดโทษได้ ดังนี้ 1. #เยียวยาความเสียหายจนเป็นที่พอใจ ในคดีอาญาที่การกระทำความผิดของจำเลย กระทบต่อบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย เงื่อนไขหลักที่ศาลจะใช้เป็นดุลพินิจสำคัญในการรอการลงโทษของจำเลยนั้นคือการชดใช้ เยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายพอใจ หรือชดใช้ความเสียหายตามสมควร เช่นในคดีลักทรัพย์หากจำเลยได้คืนทรัพย์หรือชดใช้ราคาทรัพย์แล้ว คดีประมาททำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต และจำเลยได้เยียวยาชดใช้ความเสียหายจนผู้เสียหายหรือทายาทของผู้ตายไม่ติดใจดำเนินคดีแล้ว แบบนี้มีโอกาสที่ศาลจะใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยมากขึ้น ส่วนในกรณีที่ จำเลยประสงค์ที่จะเยียวยาความเสียหาย แต่จำนวนเงินยังไม่เป็นที่พอใจของผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ควรจะต้องวิเคราะห์ โดยการคำนึงถึงค่าเสียหายที่ตนได้วางเพื่อชดใช้นั้นสอดคล้องและสมเหตุสมผลกับความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลอาจใช้ดุลพินิจตรงนี้ในการรอการลงโทษจำเลยได้เช่นกัน 2 #จำเลยได้กระทำการอันเป็นประโยชน์แก่กระบวนการพิจารณาคดี กล่าวคือการให้การรับสารภาพเพื่อทำให้เป็นประโยชน์แก่กระบวนพิจารณาคดีนั้นเอง นอกจากนี้อาจชี้หรือแสดงให้เห็นว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนรวมถึงการให้การอันเป็นประโยชน์แก่คดีด้วย...

5 วิธีเตรียมตัวเมื่อถูกแจ้งความ

#5 วิธีเตรียมตัวเมื่อถูกแจ้งความ ในการดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวน(ตำรวจ) นั้นมีความสำคัญเพราะถ้อยคำที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนนั้นอาจจะมีลักษณะที่ทำให้ผูกมัดและเป็นผลเสีย ต่อคดีในชั้นศาลรวมทั้งสิทธิเสรีภาพต่างๆของผู้ต้องหา อาจไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วน ผู้เขียนจึงขอสรุปข้อควรปฏิบัติและข้อสังเกต เมื่อถูกแจ้งความไว้ ดังนี้ 1 #สอบถามให้ชัดเจนว่าถูกเรียกไปพบในสถานะใด ในกรณีที่ ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนได้เรียกให้ไปพบนั้นควรจะสอบถามให้ชัดเจน ว่าไปพบในสถานะใดเพราะการเตรียมตัวไปพบและให้การจะมี Concept ที่แตกต่างกันกล่าวคือ ถ้าไปพบในฐานะผู้ต้องหานั้นจะมีสิทธิทางกฎหมายมากกว่าและการให้การนั้นผู้ต้องหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ ส่วนการไปพบในฐานะพยานนั้นผู้ที่ไปพบจะต้องให้การ ตามข้อเท็จจริงที่รู้เห็นมาไปตามความจริงเท่านั้นมิฉะนั้นจะผิดและข้อหาให้การเท็จอีกเรื่องหนึ่ง 2 #สอบถามให้ทราบว่าถูกแจ้งความเรื่องใด ก่อนที่จะเข้าไปพบพนักงานสอบสวนควรจะต้องสอบถามรายละเอียด ให้ทราบว่าเป็นกรณีที่บุคคลใดเป็นคนแจ้งความและเป็นเรื่องใดเพื่อที่จะได้เตรียม ชี้แจงและเตรียม หลักฐานที่สำคัญนำไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนอันเป็นการแสดงความบริสุทธิ์เบื้องต้นของผู้ต้องหาไม่ควรที่จะเข้าไปพบตัวเปล่า 3 #ให้การปฏิเสธพร้อมเหตุผล แม้สิทธิของผู้ต้องหา จะสามารถให้การอย่างไรก็ได้หรือไม่ให้การก็ได้ก็ตาม...

9 เคล็ดลับ เมื่อถูกฟ้องคดีเช็ค

... เคล็ดลับเมื่อถูกฟ้องคดีเช็ค ในการจ่ายหรือชำระหนี้เป็นเช็คนั้นภายหลังหากเช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าเช็คเด้งนั้น ในทางกฎหมายสามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ผู้ถือเช็คนั้นมักจะนิยมดำเนินคดีอาญาเนื่องจากเป็นมาตรการที่มีโทษจำคุกทำให้โอกาสได้รับเงินตามเช็คได้เร็วกว่า โดยทั้งนี้ในบางครั้งการดำเนินคดีเช็คในทางอาญาก็มี ข้อจำกัดหลายอย่างที่จะทำให้ ผู้ถูกฟ้องคดีมีข้อต่อสู้ ยกตัวอย่างดังนี้ 1. #ขาดอายุความ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค นั้น เป็นคดีที่ยอมความได้จึงต้องดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่เช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนั้นเบื้องต้นสิ่งที่จะสามารถสังเกตและยกขึ้นต่อสู้ได้คือถ้าโจทก์หรือผู้เสียหายไม่ได้ดำเนินการยื่นฟ้องคดีหรือไม่ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนแล้ว คดีเช็คในทางอาญาก็จะขาดอายุความแต่อาจจะดำเนินคดีในทางแพ่งต่อไปได้ 2. #หนี้ต้องมีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย มูลหนี้ที่จะมาฟ้องในทางอาญานั้นจะต้องเป็นมูลหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมายเท่านั้น ยกตัวอย่างกรณีที่สามารถต่อสู้คดีได้เช่น นำเช็คมาแลกเงินสด มูลหนี้พนันบอล...

deep listening หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการโน้มน้าวคู่กรณี

deep listening หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการโน้มน้าวคู่กรณี ในคดีข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คคดีหนึ่ง หลังจากทำการไต่สวนมูลฟ้องและศาลมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว เมื่อถึงวันนัดสอบคำให้การจำเลย ตัวจำเลยซึ่งเป็นผู้เคยทำธุรกิจร่วมกับโจทก์ มาศาลพร้อมกับถือหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมาด้วยตนเอง แอบๆมองเดาว่าจำเลยยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามา โดยในคดีดังกล่าว แม้ศาลจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว แต่ก็มีปัญหาข้อกฎหมายติดขัดบางประการอันเป็นอุปสรรคของโจทก์ที่ซ่อนอยู่ คือ อายุความ!! ในขณะนั้นจึงคิดหาทางออกว่า ทำยังไงดีที่จะโน้มน้าวจำเลยได้สำเร็จอย่างแนบเนียน!! อยากได้ต้องให้ก่อน ในวันนัดสอบคำให้การในวันนั้น มีสิ่งที่คู่ความต้องทำหลักๆ 2-3 เรื่องคือ การยื่นคำให้การของจำเลย การสอบถามว่าจำเลยมีทนายความและประสงค์ที่จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาต่อสู้คดีหรือไม่ รวมถึงการ ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณา เห็นว่าในคดีนั้นยอดหนี้ตามเช็คไม่สูงมาก ประกอบกับการที่จำเลยมาศาลในวันนัดสอบคำให้การแสดงให้เห็นว่าจำเลยนั้นไม่มีพฤติการที่จะหลบหนี...

สาระจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2544

สาระนิดหน่อยวันหยุด เมื่อวานได้มีโอกาสลงที่เกิดเหตุในคดีประมาท รถสิบล้อจอดขวางข้างทางแล้วมีรถมาเฉี่ยวชน บางครั้งประชาชนทั่วไปยังมีความเข้าใจเสมอว่า การกรณีเกิดอุบัติเหตุและทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะเป็นฝ่ายประมาทในกรณีขับรถเฉี่ยวชนเท่านั้น จริงๆแล้วไม่ใช่เสมอไปครับ แค่จอดรถโดยไม่ระวังแล้วมีคนอื่นมาชนท้ายก็ตกเป็นฝ่ายประมาทได้ (การอ่านฎีกาในฐานะทนายความจะอ่านฎีกายาวโดยอ่านรายละเอียดตั้งแต่ศาลชั้นต้นว่าพิจารณาคดีกันมาอย่างไรครับ ดังนั้นถ้ายาวสักหน่อยต้องขออภัย) สรุปคดีนี้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี #คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2544 แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจุดที่จำเลยจอดรถและเกิดเหตุชนกันอยู่ในไหล่ทางด้านซ้ายของถนนในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจรแล้วก็ตาม แต่การที่จำเลยจอดรถในเวลามืดค่ำโดยไม่ได้เปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ขับขี่มองเห็นรถที่จอดอยู่ จนเป็นเหตุให้ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์พุ่งเข้าชนท้ายรถคันที่จำเลยจอดทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย อันเป็นผลจากความประมาทของจำเลย ไม่ว่าจะฟังว่าผู้ตายมีส่วนประมาทอยู่ด้วยก็ตามก็ต้องถือว่าเหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเกิดเพราะความประมาทของจำเลยด้วย จึงเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากความประมาทของจำเลยที่งดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น หาใช่ผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการขับรถของจำเลยไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานขับรถโดยประมาท ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 43(4),157...

แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา

หลายวันก่อนได้มีโอกาสเห็นภาพนี้ในเพจ Facebook สามก๊กวิทยา แล้วได้นึกถึงเรื่องการทำงานคดีก็คงเช่นเดียวกับข้อความตามภาพคือ "แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา" เพราะไม่ว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานเล็ก ทนายเก่าหรือทนายใหม่ ย่อมต้องมีคดีผ่านมือที่แพ้บ้างไม่ว่าจะมากหรือน้อย ในส่วนของผู้เขียนเช่นการก็มีคดีที่แพ้ซึ่งเป็นปกติ ดังนั้นเมื่อรูปคดีซึ่งอาจจะมีแพ้มีชนะบ้างนั้นเป็นเรื่องปกติแต่สิ่งที่ทนายความควรต้องจัดการหลักๆนั้นผู้เขียนได้ แบ่งและถือปฎิบัติเป็น 3 สิ่งสำคัญคือ 1. #จัดการด้านความรู้สึก เนื่องจากในบางคดีนั้นทนายความผู้ทำคดีอาจจะมีความรู้สึกว่ารูปคดีของตนได้เปรียบเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม แต่พอเมื่อได้ฟังผลคำพิพากษาแล้ว ผลอาจจะไกลกว่าที่ต้องการหรือที่คาดคะเนเอาไว้เยอะ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องจัดการคือความรู้สึกเนื่องจากทนายความเป็นผู้ที่แก้ปัญหาให้กับลูกความ และหาทางออกในช่องทางต่างๆตามกระบวนการกฎหมาย ดังนั้นหากผู้แก้ปัญหาไม่สามารถจัดการความรู้สึกของตนและกลับคืนสู่สถานะปกติเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกความต่อไปได้โดยไวแล้ว อาจทำให้ผู้ที่มีปัญหาอย่างแท้จริงคือตัวความนั้น มีความสูญเสียความมั่นใจในตัวทนายความไปได้ หรืออาจเล็กสั้นๆง่ายๆตามประสาวัยรุ่นว่า "ดึงสติ" แต่ทางที่ดีที่สุดนั้นผู้ทำคดีก็ควรจะคาดคะเนและวางแผนรับผลของคำพิพากษาทั้งทางด้านบวกและด้านลบและแจ้งลูกความไว้ตั้งแต่ต้น 2....

Recent Posts